
ภาวะวิกฤติต้องเด็ดขาด
ภาวะวิกฤติต้องเด็ดขาด : กระดานความคิด โดยศรุติ ศรุตา
มีคนบอกว่า ที่บ้านเมืองเราปั่นป่วนวุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้นก็เพราะ "กฎหมาย" แต่ไม่ได้หมายความว่า กฎหมายไม่ดี ที่เป็นปัญหาก็เพราะแต่ละคนตีความกฎหมายเอาเฉพาะที่เป็นประโยชน์เข้าตัว เมื่อใดที่เป็นโทษแก่ตนก็มักจะร้องว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือความยุติธรรมมีสองมาตรฐาน
เหมือนกับกรณีที่แบ่งแยกดินแดน แล้วต่อมาก็พลิกเป็นเปลี่ยน-ปรับระบบการปกครอง เพื่อหนีข้อหาฉกรรจ์นั่นปะไร อ้างกันไปว่า ที่คิดเช่นนั้น เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้รับความเท่าเทียม
เรียกร้องในส่วนที่ตนอยากได้ แต่เมื่อผู้คนที่เห็นต่างกลับไม่เว้นพื้นที่ให้ได้อยู่ได้ยืน อย่างกรณีศิลปินจะไปเปิดการแสดงในพื้นที่ ก็ถึงกับยกพวกไปขับไล่ข่มขู่เจ้าของสถานที่ ราวกับว่า บ้านนี้เมืองนี้ไร้ซึ่งขื่อแป
กรณีการดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดผู้ชุมนุม กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชน (กวป.) ที่ไปปิดล้อมสำนักงาน ป.ป.ช. จึงเป็นอีกกรณีหนึ่งที่บรรดาผู้ชุมนุมทั้งหลายพึงสังวรณ์เอาไว้ ถึงแม้ว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 63 จะให้สิทธิในการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ในทุกครั้งของการชุมนุมจะทำได้โดยไร้ขีดจำกัด และไร้ซึ่งข้อกฎหมายใดจะมากล้ำกลายเอาผิดผู้ชุมนุม
ป.ป.ช.ไล่เรียงความผิดของกลุ่ม กวป.ที่มาปิดล้อม สำนักงาน ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557-1 มีนาคม 2557 พร้อมบรรยายพฤติกรรมละเมิดกฎหมาย เช่น กรณีใช้โซ่ล่ามและล็อกกุญแจประตู เตรียมเทปูนกีดขวางประตู หรือปีนรั้วเข้ามาภายในสำนักงานถือว่าเป็นความผิดฐานบุกรุก เป็นเรื่องการข่มขู่ไม่ให้สำนักงาน ป.ป.ช.ทำงาน ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้เคยแจ้งความไปแล้วจนเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 ศาลได้มีการออกหมายจับ 5 แกนนำ คือ นายศรรักษ์ มาลัยทอง หรือนายมาลัยรักษ์ ทองชัย นายผัน โพธิ์ทอง นายวรัญชัย โชคชนะ นายกองพล นาวา และนายชาญ ไชยะ
นอกจากคดีที่ว่าแล้ว ป.ป.ช. ยัง "เก็บทุกเม็ด" จากการชุมนุมของคนเสื้อแดง แม้กระทั่งการชุมนุมที่ จ.นครราชสีมา ในงาน "นปช.ลั่นกลองรบ" เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 ก็ยังอุตส่าห์ส่งคนไปบันทึกเทปมา และพยายามสืบเสาะว่า งานนี้มีรัฐมนตรีและคนในรัฐบาลสั่งการในลักษณะให้มีการเคลื่อนไหวกดดันองค์กรอิสระและศาล หรือไม่ ถ้ามี ก็จะเอาผิดอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 123/1
เรื่องราวของคนเสื้อแดงกับ ป.ป.ช.ดูเหมือนจะถี่เป็นพิเศษ เพราะเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 กลุ่ม กวป.และ นปช.นนทบุรี ก็พากันมาปิดล้อม สำนักงาน ป.ป.ช.อีกหน คราวนี้ใช้ผู้หญิงปีนรั้วจนโดนจับได้ 2 คน แล้วก็ถูกส่งตัวไปดำเนินคดี
ดูเหมือนว่า บ้านเมืองในภาวะวิกฤติจะต้องอยู่กันด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกันจริงๆ
เพราะไม่ใช่แต่ ป.ป.ช.ที่เล่นงานกลุ่มมวลชนที่มาละเมิดด้วยข้อกฎหมาย หากแต่กองทัพเองก็ยังให้ทหารในสังกัดไปดำเนินคดีกับคนที่ประกาศตัวว่าจะแบ่งแยกดินแดน จะแยกประเทศไปตั้งประเทศใหม่ ตามที่เป็นข่าวคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนล้านนา
เช่นเดียวกับ ศาลรัฐธรรมนูญที่ก่อนหน้านี้ก็ใช้วิธีฟ้อง เพื่อสกัดการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะไปกล่าวหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาแล้วเช่นกัน
ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่า กระบวนการยุติธรรมในจุดนี้จะเร่งรัดกันอย่างไร เพราะชัดเจนว่า ระยะเวลาที่ทอดยาวออกไป การละเมิดก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความวุ่นวาย การกล่าวหาว่ามีสองมาตรฐานก็จะเกิดขึ้นไม่รู้จบ
--------------------------------
(หมายเหตุ : ภาวะวิกฤติต้องเด็ดขาด : กระดานความคิด โดยศรุติ ศรุตา)



