คอลัมนิสต์

ความไม่เป็นธรรมไปถึงชาวนา

ความไม่เป็นธรรมไปถึงชาวนา

06 มี.ค. 2557

ความไม่เป็นธรรมไปถึงชาวนา : บทบรรณาธิการประจำวันที่6มี.ค.2557

               ปัญหาการหาเงินมาจ่ายในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยังไม่ถือว่าสำเร็จลุล่วงทั้งหมด แม้คณะกรรมการการเลือกตั้งจะอนุมัติให้รัฐบาลนำงบกลางจำนวน 2 หมื่นล้านบาทตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเพื่อไปจ่ายหนี้ให้ชาวนาก็ตาม แต่คิดแล้วก็เป็นวงเงินเพียง 20% จากจำนวนทั้งหมดแสนกว่าล้านบาทที่ชาวนาทั่วประเทศหลายล้านครัวเรือนรอมานานร่วม 6 เดือนแล้ว เรียกว่าพอประทังแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปได้และได้เฉพาะเพียงบางกลุ่มไม่ทั่วถึงทั้งหมด ซึ่งทางแก้ไขที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการอีกทางหนึ่งคือระบายข้าวในโกดังให้ได้มากในเวลาอันสั้น เพื่อเอาเงินจากการระบายข้าวมาหมุนเวียนจ่ายชาวนา แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลมาติดกับดักตัวเองที่เก็บกักข้าวเพื่อดึงให้ราคาสูง แต่ผลกลับตรงข้ามเมื่อราคาตลาดโลกลดลงกลายเป็นยิ่งระบายยิ่งขาดทุนเพิ่มเป็นเงาตามตัว

               ในช่วงที่รัฐบาลยังใช้เงินจากการระบายข้าวมาจ่ายให้แก่ชาวนาในบางจังหวัดบางพื้นที่ ได้เกิดคำถามจากกลุ่มชาวนาด้วยกันว่าเหตุใดการจ่ายค่าจำนำข้าวจึงไปตกในบางจังหวัดบางภูมิภาค ขณะที่อีกหลายๆ จังหวัดกลับยังต้องรอคอยเงินต่อไปโดยไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้รับ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงว่าเป็นไปตามลำดับของใบประทวนที่ออกให้เกษตรกร แต่ก็ไม่สามารถเคลียร์ข้อข้องใจได้หมด เหตุเพราะพื้นที่ที่ได้รับเงินส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของนักการเมืองขาใหญ่หรือไม่ก็เป็นพื้นที่ของคนในรัฐบาล ทำให้กลุ่มเกษตรกรต้องออกมาเรียกร้องและให้รัฐบาลประกาศให้ชัดเจนว่าพื้นที่ไหนถึงคิวกำหนดได้รับเงินจำนำข้าวตามลำดับใบประทวน โดยเฉพาะกลุ่มชาวนาที่เคลื่อนไหวชุมนุมเรียกร้องเงินกับเป็นกลุ่มที่ไม่มีความหวังเป็นเพราะขัดคำสั่งหรืออย่างไร

               ความแคลงใจตรงประเด็นนี้ ประธานเครือข่ายชาวนาภาคเหนือ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงวงเงินงบกลาง 2 หมื่นล้านที่กำลังจะนำไปจ่ายว่าจะเหมือนกับการทยอยจ่ายเงินเรื่อยๆ ที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะจะยิ่งสร้างความแตกแยกให้แก่ชาวนาด้วยกันเอง พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าทำไมชาวนาภาคเหนือตอนบน และภาคอีสานที่เป็นฐานเสียงของพรรครัฐบาลถึงได้เงียบกันหมด ไม่ออกมาเรียกร้องเคลื่อนไหว ในขณะที่ชาวนาพื้นที่อื่นที่ไม่ได้รับเงินเหมือนกันถึงออกมาเรียกร้องต่อสู้ เพราะเงินแต่ละงวดที่ทยอยจ่ายมามักจะไปลงในจังหวัดที่เป็นฐานเสียงของรัฐบาลเป็นหลัก นอกจากนี้ชาวนาบางส่วนที่ได้รับเงินไปแล้ว ได้ออกมาเยาะเย้ยชาวนาด้วยกันก็มี ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น ซึ่งการเลือกจ่ายแฝงประโยชน์การเมืองเช่นนี้เป็นความไม่ชอบธรรมที่คนในรัฐบาลไม่ควรกระทำ

               โครงการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายประชานิยมที่ใช้หาเสียง เพื่อดึงคะแนนนิยมจากกลุ่มชาวนาเพื่อสนับสนุนให้ได้เข้ามาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลหยิบยกแต่ข้อดีที่ว่าช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกร ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชนบท ดึงให้อัตราการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศเพิ่มขึ้น และเมื่อมีคำเตือนถึงภาวะการเงินการคลังที่ประเทศต้องเสียหายหลายแสนล้านบาท ก็จะถูกตอบโต้ว่าไม่รักไม่เห็นใจชาวนากดขี่ชาวนา เมื่อมาถึงวันนี้เห็นผลชัดเจนถึงความเสียหายความผิดพลาด รัฐบาลก็ยังใช้วาทกรรมยึดชาวนาเป็นตัวประกัน กล่าวหาทุกฝ่ายทุกองค์กรว่าขัดขวางไม่ยอมให้ช่วยชาวนา แต่พอมาถึงจุดที่ต้องเลือกให้ความช่วยเหลือเพราะไม่สามารถช่วยทั้งหมดจึงได้เห็นธาตุแท้ของนักการเมืองในรัฐบาล