
ช่วยงานตำรวจ
29 ม.ค. 2552
ทุกวันนี้ตำรวจทั่วประเทศมีอยู่ราวๆ 2 แสนคน ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบสุขภายใน และบังคับใช้กฎหมายเท่าที่ประเทศไทยจะมีใช้กันอยู่ ซึ่งมากมายหลายฉบับเหลือเกิน บางฉบับเป็นกฎหมายเฉพาะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเข้ามาช่วยงาน บางฉบับก็เป็นกฎหมายที่บังคับใช้ทั่วๆ ไ
โดยเฉพาะงานด้านการป้องกันปราบปราม เราจะเห็นอาสาสมัครมากมายเข้ามาช่วยงานตำรวจอย่างแข็งขัน ทั้งอาสาตำรวจชุมชน อาสาตำรวจจราจร อาสาต่อมิอะไรอีกเยอะแยะไปหมด พวกเขาเหล่านี้ทำงานด้วยความเต็มใจ ทุ่มเทแรงกายเพื่อช่วยให้สังคมน่าอยู่ขึ้น น่าปรบมือให้แก่ความตั้งใจจริงนี้
แต่ก็มีบางคนที่เข้ามาในลักษณะแอบแฝง ผมขอย้ำนะครับว่าแค่บางคนเท่านั้น ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องด้านลบของตำรวจและอาสาช่วยงานตำรวจ ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความเสียสละแล้ว ผมจะย้ำเสมอว่าแค่บางคนหรือแค่ส่วนน้อย เพราะไม่อยากให้กระทบถึงคนดีส่วนมาก จะทำให้เสียกำลังใจกันไป
บางคนที่ว่านี้เข้ามาเพื่อหวังอภิสิทธิ์หรือเอกสิทธิ์ในบางเรื่อง เพื่อสามารถกระทำเรื่องบางเรื่องที่อยู่เหนือกว่าคนทั้งปวง แล้วได้รับการยกเว้น ชนิดที่คนปกติทั่วไปทำแล้วถือว่าผิดกฎหมาย
เหลือบเหล่านี้น่ากลัว ยิ่งตำรวจบางคนให้ท้ายถือหางแล้วยิ่งไปกันใหญ่
ยิ่งงานป้องกันปราบปรามที่ต้องแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน แต่ตำรวจบางคนกลับทำตัวเย่อหยิ่ง โอหัง และกักขฬะ ปกป้องคนของตัวเอง โดยปราศจากอุเบกขาแล้วยิ่งน่ากลัว เนื่องจากภาพที่แสดงออกมาอาจกลายเป็นต้นแบบให้พวกเขาลอกเลียนแบบ และถือเป็นปัจเจกชนที่น่านับถือ ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่สุดแสนจะน่ารังเกียจขยะแขยง
ผมจะไม่แปลกใจอะไรเลยหากว่า คืนหนึ่งมีอาสาตำรวจกระโดดออกมากลางถนน ใช้สปอตไลท์ส่องเรียกรถให้หยุด ตะคอกขอดูใบขับขี่ เพราะตัวอย่างมีให้เห็นมานักต่อนัก
ตัวอย่างหนึ่ง ร.ต.อ.ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แห่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใน สน.คลองตัน คนหนึ่ง ตะคอกใส่หน้าคนคนหนึ่งด้วยคำว่า "กุ๊ย ทำลายงานตำรวจ" ทั้งที่เขาพบเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติแล้วขอให้ช่วยตรวจสอบ...เพียงเท่านั้น
ผมจะบอกว่าอาสาตำรวจไม่ผิดหรอก ในเมื่อปลูกต้นไม้มีพิษฉันใด ผลที่ออกมาก็ย่อมเป็นดอกผลของต้นไม้มีพิษฉันนั้น !?!



