
แบ่งแยกประเทศทุ่มเท่าไหร่
แบ่งแยกประเทศทุ่มเท่าไหร่ : กระดานความคิด โดย Dr.Sixteen
ประสานักเลงโตที่ทำตัวใหญ่คับฟ้าคับแผ่นดิน ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองผิด การดันทุรังไปข้างหน้าจึงเปรียบเหมือนเหยียบขี้ตัวเอง พาตัวเองถลำเข้ารกเข้าพงไปเรื่อยๆ ผมหมายถึงกลุ่มสนับสนุนทักษิณที่กำลังดิ้นรน show off ให้เข้าตานาย เช่น รักษาการรัฐมนตรีมหาดไทย รักษาการรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์
คราวนี้เอามุก “แบ่งแยกประเทศไทย” มาเล่นเพื่อเขย่าขวัญสังคม ระวังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงควรตะปบเรื่องนี้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษหาความพอดีให้ได้ ถ้าจริงจังกับมันมาก ก็เหมือนไปให้ความสำคัญกับพวกเหยียบขี้ตัวเองลื่นล้ม แต่ถ้าไม่ให้ราคา เกิดมันทำขึ้นมาจริงๆ ในวันหนึ่งข้างหน้าอาจเอาไม่อยู่ เพราะขยับตัวช้าไป
การเอามุกนี้มาเล่น สะท้อนให้เห็นว่าคนกลุ่มนี้ไม่แคร์ต่อขื่อแปบ้านเมือง พอคำพิพากษาของศาล คำตัดสินขององค์กรอิสระไม่เป็นที่ถูกใจก็ทำมึงมาพาโวย หาว่าลำเอียง ไม่ยุติธรรม สองมาตรฐาน สร้างเป็นประเด็นกรอกหูชาวบ้านเกลียดชังคนที่ไปขัดผลประโยชน์ตัวเอง พาลไปไกลถึงแยกประเทศโดยอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม อ่านสัญญาณจากการกระทำทั้งหมดได้ว่า เมื่อไม่ชนะ ก็ต้องไปหาแผ่นดินของใหม่
ที่น่าเศร้ามากกว่านั้นคือ คนในรัฐบาลตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงมา ไม่มีใครออกมาปฏิเสธอย่างแข็งขันเต็มปากเต็มคำสักคน คุณยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของฝ่ายบริหาร ออกมาพูดเพื่อลดแรงกดดันของสังคมว่า “ไม่เห็นด้วยกับการแบ่งแยกประเทศ” คนระดับนายกพูดเรื่องนี้แค่นี้ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่ ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 1 เห็นๆ ส่วนร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ออกมาให้สัมภาษณ์ว่ามันเป็น “วาทกรรม” รัฐมนตรีคนนี้คงเข้าใจว่า “วาทกรรม” เป็นแค่ลมปากกระมัง จึงพูดออกมาแบบนี้
คงไม่ใช่ลมปากอย่างเดียวหรอกครับ เพราะมันมี “ปฏิบัติการ” บางอย่างอยู่ในนั้นด้วย เพราะในขณะที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์บอกไม่เห็นด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง บอกว่าเป็น “วาทกรรม” ที่มหาสารคามก็เริ่มรับสมัครชายฉกรรจ์ และมีเป้าหมายว่า จะต้องมีกองกำลังอาสาสมัครถึง 6 แสนคน โดยชูเรื่องการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาธิปไตยมาเป็นจุดขาย แต่วาทกรรมนี้ คงไม่มีทางเป็นจริงได้
จำเรื่องเก่าได้ไหม ครั้งหนึ่งพรรคคอมมิวนิสต์ชวนชาวบ้านไปเป็นแนวร่วมต่อสู้กับอำนาจรัฐ บอกว่าจะให้เงินเดือน แต่ขอติดไว้ก่อน (พูดเหมือนจำนำข้าวเปี๊ยบเลย) นักรบประชาชนก็ได้แต่รอ บางคนแอบทำบัญชีแบบลมๆ แล้งๆ ตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกเดือน แต่เงินจริงๆ ไม่เคยได้ จะออกกลางทางก็เสียดายเงินที่จะได้ ก็เลยทู่ซี้อยู่ไปเรื่อยๆ
ถ้าตัดสินใจเข้าร่วมจริงๆ ควรถามนายใหญ่ก่อนว่าจะทุ่มเงินลงมาเพื่อการนี้เท่าไหร่ เพื่อจ่ายให้ผู้จงรักภักดี อย่าให้ต้องรอเก้อ เหมือนชาวนารอเงินขายข้าวของตัวเองจนต้องผูกคอตาย



