คอลัมนิสต์

หยุดคุกคามศาล

หยุดคุกคามศาล

05 มี.ค. 2557

หยุดคุกคามศาล : บทบรรณาธิการประจำวันที่5มี.ค.2557

               ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา เกิดกรณีคุกคามข่มขู่ศาลแล้วถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ คนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มชั้น 7 อาคารศาลอาญา ทำให้ห้องประนอมข้อพิพาทเสียหาย

               ถัดมาวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลากลางวันแสกๆ คนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ตกลงใต้ต้นไม้บริเวณลานจอดรถระหว่างอาคารศาลอาญาและศาลแพ่ง โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

               3 มีนาคม เป็นอีกครั้งที่คนร้ายก่อเหตุคุกคามศาล คราวนี้ใช้ระเบิดสังหารแบบเอ็ม 61 จำนวน 2 ลูก ปาใส่ด้านหน้าศาลอาญา แม้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่การกระทำของคนร้ายอุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทำกันราวบ้านเมืองไร้ขื่อแป

               เป็นที่น่าสังเกตว่าการก่อเหตุคุกคามศาลทั้ง 3 ครั้ง จะอยู่ในห้วงเวลาที่ศาลกำลังพิจารณาคดีสำคัญ จึงไม่สามารถมองเป็นอย่างอื่นได้เลย นอกจากคนร้ายมีเจตนาข่มขู่กดดันการทำหน้าที่ของศาล

               เป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องเร่งรัดจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบต่อความเชื่อมั่นทั้งต่อกระบวนการยุติธรรม รวมถึงภาพลักษณ์โดยรวมของประเทศ

               แม้หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จะมอบหมายให้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน เร่งรัดติดตามตัวคนร้ายแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะลูบหน้าปะจมูกหรือไม่ การติดตามจับกุมคนร้ายจึงเหมือนพายเรืออยู่ในอ่างไม่คืบหน้าไปไหน

               ที่ตั้งของศาลอาญาและศาลแพ่งอยู่ในย่านกลางเมือง มีด่านความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจ ตั้งอยู่หลายด่าน ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่คนร้ายกลับลงมือก่อเหตุได้โดยง่าย แถมหลังก่อเหตุยังหลบหนีได้อย่างสะดวกโยธิน ไม่มีแววการสกัดจับหรือไล่กวดจับจากเจ้าหน้าที่รัฐแม้แต่หน่วยงานเดียว ส่อให้เห็นถึงความล้มเหลวของงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมอย่างสิ้นเชิง

               ถึงเวลาแล้วที่ พล.ต.อ.อดุลย์ ต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นขององค์กรตำรวจ ต้องระดมทุกสรรพกำลังที่มี ควานหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุคุกคามศาลมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่าง เพราะหากตำรวจยังคงพายเรืออยู่ในอ่างเช่นนี้ คนร้ายก็จะยิ่งได้ใจ ก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะถือว่าก่อเหตุร้ายอีกสักกี่ครั้งตำรวจก็ไม่มีวันจับได้

               เชื่อมั่นว่าหากตำรวจเอาจริงเอาจัง ไม่มีคดีใดที่ยากเกินความสามารถตำรวจไทย ทุกคดีไม่ว่าจะยากหรือง่าย ไม่ว่าจะเป็นคดีเล็กหรือคดีใหญ่ ตำรวจสามารถคลี่คลายได้ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับว่าตำรวจจะเอาจริงเอาจังกับการคลี่คลายคดีนั้นๆ มากน้อยแค่ไหน ซึ่งอยากเรียกร้องให้ตำรวจทำหน้าที่ให้สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

               ตำรวจต้องตระหนักว่า ศาล เป็นหนึ่งในองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ยังถูกคุกคามข่มขู่ โดยตำรวจไม่สามารถดูแลคุ้มครองได้ นับประสาอะไรกับประชาชนคนธรรมดาจะเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของตำรวจได้อย่างไร

               ศาลเป็นองค์กรที่คงไว้ซึ่งความสถิตยุติธรรม ซึ่งต้องมีอิสระในการทำหน้าที่ ไม่สมควรถูกข่มขู่คุกคามจากใคร หรือฝ่ายใด ขอประณามการกระทำของกลุ่มบุคคลที่ใช้ความรุนแรงข่มขู่คุกคามศาล และเรียกร้องให้หยุดคุกคามศาลโดยทันที