
ไฟนอกอย่านำเข้าไฟในอย่านำออก
ไฟนอกอย่านำเข้าไฟในอย่านำออก : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
ในอนาคตประเทศไทยอาจจะเป็นสนามทดลองการแก้ปัญหาความขัดแย้งขององค์การสหประชาชาติ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เตรียมเชิญ เลขาธิการบัน คี มุน เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในไทยระหว่างฝ่ายรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับกลุ่มมวลมหาประชาชนคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ
นายสุรพงษ์ ทำไปโดยพลการ ไม่มีการปรึกษาท่าที รวมทั้งผลระยะยาวกับข้าราชการประจำกระทรวงการต่างประเทศ ตามปกติ ไม่มีประเทศในโลกนี้เอาต่างชาติและยูเอ็นเข้ามายุ่งเกี่ยวในกิจกรรมภายใน โดยเฉพาะความขัดแย้งการเมืองแบบไทยๆ ที่มีประวัติศาสตร์ไม่เหมือนใคร มีการแก้ไขปัญหากันเอง
ในวงการทูตโลก เป็นที่รู้จักกันดีว่า องค์การสหประชาชาติมีไว้เพื่อปกป้องความข้ดแย้งระหว่างประเทศไม่ให้บานปลาย ป้องกันไม่ให้เกิดสงคราม โดยส่วนตัวเลขาธิการยูเอ็นมีภารกิจมากมาย ต้องดูแลองค์กรและติดตามเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาทั้งโลกในแต่ละวัน
นายสุรพงษ์ พยายามใช้ยูเอ็นเข้ามา อาจทำให้ถูกมองว่า ทำเพื่อปกป้อง ทักษิณ ชินวัตรและน้องสาว ยิ่งลักษณ์ โดยไม่ได้คิดถึงผลกระทบกระเทือนต่อท่าทีและนโยบายต่างประเทศไทยในอนาคต ส่วนเลขาธิการบันมีความกระตือรือร้นที่จะเข้ามามีส่วนในประเทศไทย เพราะว่าโดยส่วนตัวแล้วในฐานะที่เป็นคนเอเชีย และยังไม่มีผลงานประทับใจในเอเชีย
เจ็ดปีที่ผ่านมาที่ได้ดำรงตำแหนงนี้ ผู้นำยูเอ็นสนใจเรื่องที่สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงชงเรื่องเข้ามาหารือเช่น วิกฤตินิวเคลียร์ในอิหร่าน ตะวันออกกลางและคาบสมุทรเกาหลี เป็นต้น มากกว่าเรื่องอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ บันแทบจะไม่มีบทบาทเลย จึงไม่แปลกที่เขาจะหันความสนใจปัญหาประเทศไทย
นายสุรพงษ์ และยิ่งลักษณ์ เคยพูดโทรศัพท์คุยกับบันและโทษฝ่ายค้านต่อเหตุการณ์ยุ่งๆ ในบ้านเรา ส่วนหัวหน้าฝ่ายค้าน คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุยกับบันเช่นกัน เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวดังกล่าว เลยกลายเป็นว่า บันได้พูดคุยกับผู้นำบ่อยครั้งพอสมควร
บ้านเรานี่แปลก เวลาเกิดปัญหาวิกฤติอะไร มักคิดว่ายูเอ็นเป็นยาวิเศษที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาได้ทันที โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ไทยเรามีประวัติศาสตร์การพัวพันอันยาวนานเกือบหกสิบปีกับยูเอ็น
ตอนแรก ไทยต้องพึ่งยูเอ็น สมัครเป็นสมาชิกในปี 1946 เพื่อหาเพื่อนต่างชาติ เราแพ้สงครามโลก ถูกโดดเดี่ยว ต้องพยายามสร้างเครือข่ายในต่างประเทศเพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ
ต่อมาไทยและยูเอ็นได้ร่วมมือกันในเรื่องผู้อพยพที่มาจากอินโดจีนในช่วงสามสิบกว่าปีที่ผ่านมา จนเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน เนื่องจากมีเรื่องจิปาถะมากมาย ถึงแม้ว่าไทยจะไม่ได้เป็นภาคีสนธิสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัย ไทยยังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ช่วยชาวอพยพกัมพูชาเกือบสามล้านคน ให้ไปตั้งรกรากในประเทศที่สาม ขณะนี้ไทยยังต้องดูแลผู้อพยพชาวพม่าที่อยู่ตามชายแดนไทย-พม่า ที่มีอยู่หลายแสนคน
ในอนาคตไทยอาจจะมีปัญหาในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะในกิจกรรมหรือนโยบายเกี่ยวกับการทำงานขององค์ระหว่างประเทศในปัญหาข้ามชาติ ที่ผ่านมา นายสุรพงษ์พยายามดึงเอายูเอ็นและต่างประเทศเข้ามาเพื่อปกป้องความชอบธรรมของรัฐบาลยิ่งลักษณ์
ไทยมีคติที่ว่า ไฟนอกอย่านำเข้า ไฟในอย่านำออก ตอนนี้สถานการณ์กลับหัวหลับหางกันหมด ท่าทีและนโยบายไทยแบบนี้สร้างความหนักใจให้แก่สมาชิกอาเซียนอื่นๆ มาก ส่วนใหญ่ไม่อยากเห็นองค์กรต่างประเทศ รวมทั้งยูเอ็น เข้ามายุ่งการเมืองภายในของสมาชิกอาเซียน ยกเว้นแต่เรื่องที่เกี่ยวกับความร่วมมือในประเด็นที่ไม่มีความละเอียดอ่อน เช่น ภาวะโลกร้อน เป็นต้น
กระทรวงการต่างประเทศของไทยมีความหวังมากที่จะได้รับเลือกเป็นสมาชิกไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงในยูเอ็นในปี 2017-8 การรณรงค์หาเสียงสนับสนุนได้เริ่มขึ้นแล้ว เมื่อปี 1986 ไทยได้รับเลือกเป็นสมาชิกไม่ถาวรในคณะมนตรีถือเป็นครั้งแรกที่ไทยได้เป็นประธานสมัชชายูเอ็น
การทูตไทยที่มีผลพวงกับการเมืองไทยเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป ถ้าเราไม่มีความต่อเนื่องในนโยบายทั้งในและนอกประเทศ ความน่าเชื่อถือต่อประเทศไทยในองค์ร่วมก็จะลดถดถอยน้อยลงไปทุกวัน



