คอลัมนิสต์

เสริมกลยุทธ์เข้าถึงเด็กให้ตำรวจปั้น'ชมรมยุวชนฯ'ต้านอาชญากรรม

เสริมกลยุทธ์เข้าถึงเด็กให้ตำรวจปั้น'ชมรมยุวชนฯ'ต้านอาชญากรรม

28 ก.พ. 2557

เสริมกลยุทธ์เข้าถึงเด็กให้ตำรวจปั้น'ชมรมยุวชนฯ'ต้านอาชญากรรม : สายตรวจระวังภัย ทีมข่าวอาชญากรรม

               สภาพทางสังคมของประเทศไทยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ทุกคนในครอบครัวต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ หลายครอบครัวหลงลืมที่จะเอาใจใส่เด็กและเยาวชน ส่งผลให้เด็กเหล่านั้นสุ่มเสี่ยงเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอาชญากรรม ทั้งในฐานะของผู้ก่ออาชญากรรม หรือในฐานะเหยื่อ

               ปัจจุบันไทยมีเด็กและเยาวชนอยู่ราว 14 ล้านคน ซึ่งผลการศึกษาพบว่า เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับพัฒนาการในวัยเด็ก เช่น ถูกล้อชื่อพ่อ ชื่อแม่ ถูกรังแก หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ กว่าร้อยละ 33.3 จะมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนและมีโอกาสก่ออาชญากรรม

               ขณะที่ตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่หลักในการป้องกันและแก้ปัญหาอาชญากรรมใช้แบบตั้งรับ (Reactive) เน้นการจับกุม ปราบปราม และทำงานโดยลำพัง ผลปรากฏว่า ไม่สามารถสร้างความปลอดภัย หรือลดความหวาดระแวงภัยต่างๆ ให้แก่สังคมได้

               กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. จึงมีแนวคิดให้ตำรวจทำงานเชิงรุก (Proactive) ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของตำรวจยุคใหม่ ซึ่งต้องทำหน้าที่ปกป้อง คุ้มครองและให้บริการสังคม ซึ่งตำรวจต้องเดินเข้าหาและทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนของสังคมในการร่วมกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรม โดยเฉพาะอาชญากรรมที่สุ่มเสี่ยงที่จะมีเด็กและเยาวชนตกเป็นกลุ่มเสี่ยง

               ก่อนหน้านี้ตำรวจสอบสวนกลาง จัดทำ โครงการชมรมยุวชนตำรวจ โดยส่งตำรวจเข้าไปสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับโรงเรียน เพื่อชักชวนให้เด็กนักเรียนตามในโรงเรียนต่างๆ จัดตั้งชมรมยุวชนตำรวจ เพื่อทำกิจกรรมในการต่อต้านปัจจัยที่จะบ่มเพาะให้เกิดปัญหาอาชญากรรมในอนาคต ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากบุคลากรของโรงเรียน ผู้ปกครอง และนักเรียน

               ล่าสุด มูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ (International Youth Fellowship) หรือ I.Y.F. ซึ่งทำงานด้านเด็กและเยาวชนมากว่า 20 ปี มีเด็กอยู่ในการดูแลให้คำปรึกษา 1 แสนคน ใน 40 ประเทศทั่วโลก เข้ามาสนับสนุนในการฝึกอบรมการพัฒนาในโลกของจิตใจ (Mind Training) ให้แก่ตำรวจที่เข้าไปทำโครงการชมรมยุวชนตำรวจ โดยได้ฝึกอบรมเป็นรุ่น กำหนดรุ่นละ 50 คน คละกันระหว่างตำรวจชั้นประทวนและชั้นสัญญาบัตร ซึ่งตั้งเป้าจะทยอยจัดฝึกอบรมให้แก่ตำรวจที่ร่วมทำโครงการชมรมยุวชนตำรวจซึ่งมีอยู่หลายร้อยคนให้ได้ทั้งหมด

               ในการฝึกอบรมดังกล่าวเป็นการสอนเทคนิคการสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างตำรวจกับเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ตำรวจนำไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารให้เยาวชนสามารถคิดเองเปิดใจรับรู้สภาพความเป็นจริงของตัวเองได้ เนื่องจากที่ผ่านมาตำรวจผู้ปฏิบัติยังขาดทักษะในด้านนี้

               "หลังเข้าอบรมทำให้เข้าใจธรรมชาติของเด็กและเยาวชนมากขึ้น รับรู้ว่าเด็กบางคนไม่เคยเห็นความสำคัญของพ่อแม่ คิดว่าตัวเองเก่ง มีความรู้ มีเงินทอง มีเกียรติในสังคม แต่หงุดหงิดเวลาพ่อแม่ถาม พูดคุยด้วย เพราะมีความหยิ่งทะนงตน จนลืมเรื่องราวในอดีต บางคนไม่เคยผ่านความลำบาก หลีกเลี่ยงอุปสรรคตลอด ไม่เปิดรับฟังการถูกตำหนิ แต่คิดต่อต้านอุปสรรคต่างๆ และอาจก่ออาชญากรรมในที่สุด" พ.ต.อ.อภิชัย ดุษฎีพฤฒิพันธุ์ ผกก.2 บก.ทล. หนึ่งในผู้เข้าฝึกอบรม กล่าวพร้อมให้ข้อมูลว่า

               ที่ผ่านมาตำรวจจำนวนไม่น้อยไม่รู้วิธีในการเข้าให้ถึงเด็กและเยาวชน ซึ่งเมื่อได้ฝึกอบรมทำให้ทราบถึงเทคนิคและวิธีต่างๆ ซึ่งจะนำไปประยุกต์ใช้ในการขัดเกลาให้เด็กและเยาวชนมีวิธีคิดในการดำเนินชีวิต โดยไม่ตกเป็นเหยื่อของปัญหาอาชญากรรมได้ในอนาคต