คอลัมนิสต์

ประคับประคอง

ประคับประคอง

28 ก.พ. 2557

ประคับประคอง : บทบรรณาธิการประจำวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557

               ข้อเสนอของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่พร้อมเจรจากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ภายใต้เงื่อนไขเป็นการพบปะเจรจากันแบบตัวต่อตัว และให้ถ่ายทอดสดการเจรจาสองฝ่ายผ่านทางโทรทัศน์นั้น โดยนายกรัฐมนตรีได้บอกปัดคำร้องของนายสุเทพ ซึ่งน่าจะเป็นการท้าทายมากกว่าเชิญชวนในทันทีทันใด โดยให้เหตุผลว่า เป็นเรื่องที่ไม่สามารถตัดสินใจได้เพียงลำพัง และที่สำคัญคือ ถ้าหากจะเจรจา นายสุเทพจะต้องสลายการชุมนุมเสียก่อน และให้ดำเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายถึงเดินหน้าเลือกตั้งไปด้วย ขณะที่แกนนำในพรรคเพื่อไทยก็ดาหน้าออกมาโต้ทันควันว่า เป็นคำท้าโต้วาทีมากกว่าการขอเจรจาเพื่อความสงบ

               พิจารณาข้อเสนอที่โยนกลับไปกลับมาแล้ว ย่อมจะเห็นได้ว่า ยังเป็นเพียงแค่วิวาทะหยั่งเชิงกันเสียมากกว่าที่จะเดินสู่โต๊ะเจรจากันจริงๆ เพราะทั้งสองฝั่งล้วนมีข้อเสนอที่สุดโต่งแบบรู้ล่วงหน้าว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ กล่าวคือ ไม่มีวันที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเจรจาแบบตัวต่อตัวกับคู่ขัดแย้ง ต่อให้นายสุเทพส่งแกนนำคนอื่นมาแทนก็ตาม และยิ่งถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะจะว่าไป หัวข้อการเจรจาล้วนเป็นเรื่องที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่สามารถตัดสินใจได้เองอยู่แล้ว ขณะที่เงื่อนไขของรักษาการนายกรัฐมนตรีอย่างที่ขอให้นายสุเทพสลายการชุมนุมเสียก่อน ก็เป็นเรื่องที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์และรัฐบาลก็รู้อยู่เต็มอกว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะอำนาจต่อรองของอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ที่มวลชนที่พยายามกดดันให้นายกรัฐมนตรียอมลงจากอำนาจ

               ขณะเดียวกัน ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 1-2 มีนาคมนี้ แกนนำคนเสื้อแดงได้นัดระดมมวลชนที่ จ.อุดรธานี ก่อนที่จะเดินสายไปยังจังหวัดอื่นในภาคอีสานต่อไป โดยส่งสัญญาณให้มวลชนเตรียมความพร้อมเดินทางเข้ากรุงเทพฯได้ในทันที ซึ่งมีรายงานว่า พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น อุดรธานี กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ประชุมด่วนเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ขณะที่มวลชนเสื้อแดงอีกกลุ่มหนึ่งได้ไปปิดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขัดขวางการทำหน้าที่ของกรรมการ ป.ป.ช. ที่เรียก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปรับทราบข้อกล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในคดีทุจริตจำนำข้าว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์เองก็เคยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพองค์กรอิสระ

               โดยสรุป ภาพรวมของสถานการณ์จนถึงวันนี้ ยังถือได้ว่าไม่มีแนวโน้มจะคลี่คลายลงได้ ซ้ำยังมีมวลชนของอีกฝ่ายหนึ่งเคลื่อนไหวคึกคักมากขึ้น และประกาศพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมในกรุงเทพฯ ขณะที่การลอบก่อเหตุ ลอบยิงระเบิดใส่สถานที่ต่างๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งก็ยังมีอยู่แทบไม่เว้นวัน กระนั้นก็ตาม เมื่อทั้งสองฝ่ายยังไม่มีทีท่าว่าจะเจรจากันได้ในห้วงเวลานี้ มีความจำเป็นเฉพาะหน้าที่จะต้องทำให้ได้คือ ประคับประคองไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก ขณะเดียวกันก็ไม่ควรละความพยายามที่จะทำให้การเจรจาเกิดขึ้นให้ได้ โดยที่องค์กรอิสระก็ต้องทำงานต่อไปได้โดยไร้แรงกดดัน เพื่ออำนวยความยุติธรรมได้อย่างแท้จริงด้วย