
รบ.กำลังถลำเข้าไปยืนในกระบวนการก่อการร้ายสากล?
รัฐบาลกำลังถลำเข้าไปยืนในกระบวนการก่อการร้ายสากล? : กระดานความคิด โดยพลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์
การใช้อาวุธสงครามในลักษณะที่รุนแรงโดยไม่เลือกเป้าหมายในการลอบสังหารบุคคล เพื่อให้เกิดความกลัว โดยการใช้ผู้บริสุทธิ์เป็นเหยื่อ ทั้งในเหตุการณ์ที่ จ.ตราด, ราชประสงค์ และที่ศาลอาญา, ศาลแพ่ง ติดต่อกันนั้น ไม่ใช่เรื่องที่เป็น “ปกติ” เพราะมันไปเข้าองค์ประกอบของการก่อการร้ายสากล ทุกประการ (ส่วนการใช้อาวุธสงครามของกลุ่มป๊อปคอร์น จะเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมถูกกระทำก่อนและยังจำกัดเป้าการยิงอีกด้วย)
องค์ประกอบ “การก่อการร้ายสากล” นี้ มีสหรัฐเป็นประเทศที่ทำหน้าที่คุมกติกา โดยซีไอเอให้ความหมายไว้ว่า การปฏิบัติการรุนแรงที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง (Politically Motivated Violence) และมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า หรือคิดไว้ก่อนล่วงหน้า (Premeditated) ที่จะกระทำต่อเป้าหมาย ซึ่งไม่สามารถสู้รบได้ (Noncombatant Targets) และกระทำโดยขบวนการหรือกลุ่มที่ไม่ได้เป็นของรัฐ (Sub-National Group) หรือกระทำโดยสายลับของรัฐหรือตัวแทนของรัฐบาลเอง (Clandestine State Agents)
แม้เรื่องนี้จะออกมาไม่ชัดเจนว่าใครเป็นคนทำ แต่ประชาคมข่าวกรองระหว่างประเทศ รวมถึงสื่อมวลชนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่า เกิดจากมวลชนฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล ดังนั้นคุณทักษิณ ชินวัตร และคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ควรจะระวังบทบาทของกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลให้ดี กลุ่มบุคคลเหล่านี้อาจจะสร้างความเดือดร้อนให้ได้ง่ายๆ เพราะพฤติการณ์เดิมและพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นมาใหม่นั้น มันสอดคล้องสนับสนุนกันดังนี้
การชุมนุมของกลุ่ม นปช.เมื่อปี 2553 นั้น ได้นำเด็กมาร่วมชุมนุมด้วย และยังนำเด็กขึ้นมาเป็นโล่กำบังอีกด้วย แต่ระยะเวลา 3 เดือนกลับไม่มีเด็กตาย แสดงว่าการขอคืนพื้นที่ของทหารในรัฐบาลอภิสิทธิ์เป็นไปตามมาตรฐานสากล และมีความรอบคอบ แต่การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ครั้งนี้มีเด็กเสียชีวิตในที่ชุมนุมถึง 3 คน ดังนั้นใครเป็นคนสั่งการ เรื่องนี้ต้องระวังตัวให้ดี
ตลอดเวลาที่ นปช.ทำการชุมนุมในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ ปรากฏ “ชายชุดดำ” ออกมายิงอาวุธสงครามใส่เป้าหมายของรัฐบาลหรือเอกชน ที่แตกต่างกับการชุมนุมของ กปปส.ในปัจจุบัน ที่โดนอาวุธสงครามถล่มใส่ตลอดเวลา
การขอพื้นที่คืนจากกลุ่ม นปช.ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ มีการต่อรองกันด้วยการเจรจา ถึงขั้นออกทางโทรทัศน์ให้ประชาชนทราบข้อมูล แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่เคยยอมให้มีการเจรจาผ่านสื่อสาธารณะเลย
การชุมนุมของ กลุ่ม นปช.เมื่อครั้งที่ผ่านมา ก็ปรากฏกองกำลังเขมรเข้ามาทำร้ายทหารและประชาชน กรณีนี้ ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ทราบดี เคยขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานแห่งหนึ่ง แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ผมเชื่อว่า “การฆ่าเด็กขนาดนี้ คนไทยด้วยกันต้องไม่กล้าทำเด็ดขาดครับ” แม้แต่มือโหดๆ ของกลุ่ม นปช.ก็ไม่กล้า ดังนั้นในเรื่องทหารเขมร ผมเชื่อว่าแกนนำส่วนใหญ่ไม่น่าจะรู้ แต่คนที่รู้ ก็ควรระวังให้ดี จะถูกปิดปากเมื่อศึกสงบ
สถานการณ์ของรัฐบาลในประเทศไทยนั้นแย่มากจนแทบหมดอำนาจรัฐไปแล้ว ส่วนสถานการณ์ทางสากลของรัฐบาล ก็เริ่มหมดความถูกต้องไปทุกทีๆ ผลมาจากเรื่องการก่อการร้าย และเรื่องข้าวที่ส่งผลกระทบไปทั้งอาเซียนและสหรัฐ ดังนั้น วันนี้กุนซือรัฐบาลจึงเหลือทางออกเดียว คือ ต้องล้มหรือสังหารแกนนำ กปปส.ให้เร็วที่สุด ต้องทำให้ประชาชนรอบแกนนำลดน้อยลง ก็ได้แต่เตือนมาให้ระวังกันให้ดีครับ ทั้งการ์ด, แกนนำ และผู้ชุมนุม ดังนั้นขยะในที่ชุมนุมต้องจัดระบบทิ้งให้ดี, ผู้ชุมนุมต้องดูแลกันเอง ใครมาลืมกระเป๋าหรือสิ่งของวางไว้แล้วหายตัวไป ต้องรีบเรียกการ์ดมาดู ฯลฯ
ไม่ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร ก็จะไม่เสียใจกับสิ่งที่เราทำ
แม้ยากเย็นแค่ไหนก็ไม่เคยบ่นสักคำ ไม่มีใครจดจำแต่เราก็ยังภูมิใจ
ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ถึงเวลาก็ต้องไป เหลือไว้แต่คุณความดี
โลกนี้ไม่สิ้นหวังถ้ายังมั่นในความดี ศรัทธาไม่เคยหน่ายหนี คนดีไม่มีวันตาย
ส่วนหนึ่งจากเนื้อเพลง "คนดีไม่มีวันตาย"



