คอลัมนิสต์

คุมเข้มวินัยจราจรรถบรรทุกป้องกันอุบัติเหตุถนนหลวง

คุมเข้มวินัยจราจรรถบรรทุกป้องกันอุบัติเหตุถนนหลวง

26 ก.พ. 2557

คุมเข้มวินัยจราจรรถบรรทุกป้องกันอุบัติเหตุถนนหลวง : สายตรวจระวังภัย โดยศุภชัย เพชรเทวี

                ภายหลังบุคคลที่ใช้ชื่อว่า "Man Prawat Thaisawat" นำคลิปที่ใช้ชื่อว่า “สิบล้อจอมตบ ภาพจริงเสียงจริง” ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ขณะรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ขับไล่เบียดรถกระบะบนทางหลวง ส่งผลให้รถกระบะคันดังกล่าวประสบอุบัติเหตุ หลังคลิปดังกล่าวถูกนำเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ปรากฏว่ามีการแชร์ต่อๆ กันมากกว่า 5 หมื่นครั้ง ในระยะเวลาเพียงไม่นาน และมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนที่ไม่เคารพกฎจราจรของผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วง ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ร่วมทาง

               ทีมข่าวสายตรวจระวังภัย ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวไปยัง พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง(ผบก.ทล.) ซึ่งให้ข้อมูลว่า ตำรวจทางหลวงได้ตรวจสอบคลิปภาพดังกล่าวอย่างละเอียดแล้ว พบว่า เหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงที่ถนนพระรามที่ 2 พื้นที่ ต.นาโคก อ.บางโทรัด จ.สมุทรสาคร ซึ่งได้ประสานตำรวจ สภ.บางโทรัด ในฐานะเจ้าของพื้นที่ช่วยกันเร่งรัดติดตามหาตัวคนขับรถบรรทุกคันดังกล่าวแล้ว

               "จากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุเกิดจากรถพ่วงขับออกจากซอยแล้วตัดหน้ารถกระบะ ทำให้คนขับรถกระบะโมโห จึงขับรถปาดหน้ารถพ่วงคืน จากนั้นรถทั้งสองคันขับแข่งและปาดหน้ากันไปมาตามถนนพระราม 2 ขาออก ตั้งแต่ช่วงหลัก กม.ที่ 45+500 เป็นระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร ก่อนที่รถกระบะจะถูกรถพ่วงปาดหน้าจนเสียหลักตกถนนที่บริเวณหลักกม.ที่ 51+600 โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ซึ่งหลังเกิดเหตุผู้ขับขี่รถกระบะยังไม่ได้แจ้งความ เพียงแต่ติดต่อประสานขอรถยกจากบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งให้มาช่วยเหลือ" พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ ให้ข้อมูล

               ผบก.ทล. ให้ข้อมูลด้วยว่า ตำรวจทางหลวงได้แจ้งต่อผู้ขับขี่รถกระบะรายนี้แล้วให้เข้าแจ้งความที่ สภ.บางโทรัด โดยเร่งด่วน เพื่อให้ตำรวจสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อรายนี้ได้ โดยแนะนำให้นำคลิปวิดีโอซึ่งมีผู้ถ่ายไว้ไปเป็นหลักฐานในการเอาผิด ในเบื้องต้นตำรวจทางหลวงได้ตรวจสอบคลิปดังกล่าวแล้วพบว่ารถพ่วงติดทะเบียนป้ายเหลือง จ.ราชบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างประสานกรมการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบหาผู้ครอบครอง ก่อนจะเรียกตัวมาสอบถามว่าใครเป็นผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วงคันนี้ในวันเกิดเหตุ หลังได้ตัวแล้วจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีฐานขับรถโดยประมาท

               ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่บนถนนหลวง พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ บอกว่า ได้จัดกำลังตำรวจทางหลวง ไปประจำจุดตรวจต่างๆ เป็นระยะ เพื่อตรวจหาสารเสพติด รวมทั้งให้กวดขันวินัยจราจร โดยห้ามไม่ให้รถบรรทุกวิ่งในช่องจราจรขวา และห้ามขับขี่เกินความเร็วที่ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจมีการจับกุมผู้ฝ่าฝืนอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมาสามารถจับกุมผู้ขับที่มีสารเสพติดในร่างกายได้มากกว่า 1,000 ราย

               "จากการสอบสวนทราบว่าผู้ขับขี่รถบรรทุกที่ตรวจพบสารเสพติด ส่วนมากอ้างว่าต้องทำรอบ ซึ่งได้กำชับให้ตำรวจตั้งด่านจับกุมอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อเสพยาเสพติดแล้วผู้ขับขี่เหล่านี้จะไม่เคารพกฎจราจร ขับรถแบบระห่ำ ไม่สนใจว่าใครจะได้รับอันตรายหรือไม่ จึงอยากขอความร่วมมือไปยังประชาชนที่ใช้ทางหลวง หากพบเห็นรถคันใดที่ขับขี่ในลักษณะอันตราย หรือมีพฤติกรรมที่เสี่ยงจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ให้ถ่ายรูปป้ายทะเบียน รวมถึงจดจำลักษณะรถแล้วแจ้งที่หมายเลขโทรศัพท์ 1193 หรือที่จุดตรวจของตำรวจทางหลวง เพื่อสกัดจับกุมรถคันดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ" ผบก.ทล.กล่าว

...................

(หมายเหตุ : คุมเข้มวินัยจราจรรถบรรทุก ป้องกันอุบัติเหตุถนนหลวง : สายตรวจระวังภัย โดยศุภชัย เพชรเทวี)