คอลัมนิสต์

ถอดรหัสผบ.ทบ.รัฐบาลต้องรับผิดชอบ!

ถอดรหัสผบ.ทบ.รัฐบาลต้องรับผิดชอบ!

25 ก.พ. 2557

ถอดรหัสผบ.ทบ. รัฐบาลต้องรับผิดชอบ! : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา-ทีมข่าวความมั่นคง

                งงกันทั้งบ้านทั้งเมืองกับการตัดสินใจออกมาอ่านแถลงการณ์ จุดยืนของกองทัพบก ผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.
 
                “สถานการณ์ที่มีเหตุการณ์ร้ายแรงจะต้องมีผู้รับผิดชอบ ไม่ได้หมายความว่า ทหารจะสามารถใช้กำลังคลี่คลายสถานการณ์ได้ โดยไม่ยึดถือหลักกฎกติกา หรือกฎหมาย เพราะความขัดแย้งในปัจจุบันเกิดขึ้นในหลายระดับ ทั้งกับเจ้าหน้าที่และประชาชนหลายกลุ่ม หากมีการใช้กำลังแก้ไขที่ปลายเหตุย่อมหมายความว่า กฎหมายและรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ในปัจจุบันจะต้องถูกยกเลิก ไม่ได้รับการยึดถืออีกต่อไป หลายพวกหลายฝ่ายที่อยากให้ใช้วิธีการดังกล่าว ขอให้กลับมาพิจารณาและมาตั้งสติว่า ปัญหาเหล่านี้จะยุติได้ด้วยวิธีการอันสงบหรือไม่”
 
                เริ่มต้นการแถลงจุดยืนของกองทัพนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ได้พยายาม "หารือ" ไปยังนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) และทุกกลุ่มผู้ชุมนุม ในการจะร่วมกันยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น รวมทั้งหาตัวผู้ก่อเหตุ
 
                ถ้อยแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ มีขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวว่า บรรดา ผบ.เหล่าทัพนั้น ได้มีการหารือและประเมินสถานการณ์การเมืองมาโดยตลอด และเมื่อได้บทสรุปแล้วก็ได้แจ้งต่อนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาโดยตลอดด้วยเช่นกัน
 
                เพราะต่างก็เห็นว่า สถานการณ์ความขัดแย้งที่พัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นลำดับนั้น มีแนวโน้มว่าจะไปสู่การใช้ความรุนแรงขึ้นโดยที่ไม่เลือกบุคคล-สถานที่
 
                เสียงตอบจากนายกฯ ที่ปรากฏตัวต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่ จ.สระบุรี ในงานโอท็อปนั้น ยืนยันว่า ไม่ต้องการความรุนแรง และได้สั่งการให้ตำรวจติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความต้องการของรัฐบาล และยอมรับว่าคำวินิจฉัยของศาลแพ่งนั้นทำให้รัฐบาลเป็นห่วง เพราะสุดท้ายแล้วดูแลความมั่นคงไม่ได้ พร้อมกับเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันดูแลความสงบ และจะไม่เลือกแนวทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย
 
                ฟังมาทั้งหมด ถอดรหัสของ ผบ.ทบ.ก็คือ รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในฐานะที่ยังมีอำนาจสั่งการหน่วยงานด้านความมั่นคง
 
                แต่ถ้าฟังน้ำเสียงของนายกฯ ก็คือ ไม่มีเครื่องมือที่จะไปจัดการให้บ้านเมืองเกิดความมั่นคง ภายหลังศาลแพ่งมีคำวินิจฉัย อำนาจในการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาล
 
                เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว การชุมนุมของกลุ่มมวลชนทั้งหลายนับจากนี้ไปย่อมตกอยู่ในภาวะที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง
 
                เพราะชัดเจนว่า คนยิงเอ็ม 79 และคนที่สั่งให้ยิงนั้น หวังจะให้ผู้ชุมนุมเกิดความหวาดกลัว โดยดูได้จากการก่อเหตุที่ก่อนหน้านี้เป็นช่วงกลางคืน และจำกัดเฉพาะการ์ดที่วางแนวป้องกันรอบที่ชุมนุม ก็เริ่มก่อเหตุในเวลากลางวัน โดยไม่สนใจว่าอำนาจการทำลายล้างนั้นจะส่งผลถึงใคร
 
                แม้กระทั่งศาลก็ยังไม่เว้น !
 
                ประกอบกับมีกระแสข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคงว่า เริ่มมีการจัดมวลชนในพื้นที่ภาคเหนือ และอีสานแล้ว โดยให้อดีตนักการเมืองและอดีตนักเคลื่อนไหวชื่อ "อ." เป็นคนนำในด้านยุทธศาสตร์ ส่วนยุทธวิธีนั้น ให้อดีตนักการเมือง "ย." จัดการ
 
                ส่วนภาคกลางนั้น มีการเน้นในเรื่อง "ฮาร์ดคอร์" เป็นพิเศษ มีอดีตนักการเมืองจากปากน้ำจัดการอยู่ เช่นเดียวกับสายตะวันออกที่ยังเป็นสาย "ฮาร์ดคอร์"
 
                ว่ากันว่า ก่อนหน้านี้ "คนแดนไกล" ไปเชื่อว่าดอกเตอร์กฎหมายจะเอาอยู่ ก็เลยมอบหมายให้มาจัดการการชุมนุม แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด "ผลข้างเคียง" กลับส่งผลรุนแรงกว่า ทำเอาการเมืองโดยรวม "รวน" ไปหมด จนทำให้การบังคับใช้กฎหมายที่เคยได้ชื่อว่า "ยาแรง" กลายเป็นยาหมดอายุ
 
                อย่างไรก็ตาม "คนแดนไกล" ยังคงมั่นใจว่า สถานการณ์การเมือง แม้จะอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เจียนอยู่เจียนไป แต่ก็ยังน่าจะพอเอาตัวรอดไปได้
 
                แต่นั่นอาจเป็นการประเมินสถานการณ์ก่อนที่ ผบ.ทบ.จะออกมานั่งอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้น
 
                เพราะทันทีที่สิ้นเสียงอ่านแถลงการณ์จากกองทัพ กระแสข่าวก็สะพัดมาทันทีว่า เส้นตายได้ถูกกำหนดแล้วว่า ต้องภายใน 10 วัน !

.........................................

(หมายเหตุ : ถอดรหัสผบ.ทบ. รัฐบาลต้องรับผิดชอบ! : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา-ทีมข่าวความมั่นคง)