คอลัมนิสต์

สัญญาณความรุนแรง

สัญญาณความรุนแรง

25 ก.พ. 2557

สัญญาณความรุนแรง : บทบรรณาธิการประจำวันที่25ก.พ.2557

             สถานการณ์การเมืองได้ทำให้เกิดสัญญาณความรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง โดยครั้งนี้ความรุนแรงที่ว่านั้นไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะพื้นที่การชุมนุม ที่แต่เดิมมักจะเป็นกรุงเทพมหานคร ที่ผู้ชุมนุมไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ก็มักจะเลือกใช้เป็นที่รวมพลเพื่อกดดันรัฐบาลให้สละอำนาจรัฐ หากแต่การชุมนุมนั้นกระจายออกไปในพื้นที่ต่างๆ แล้วแต่ว่า ความเข้มแข็งของแกนนำการชุมนุมจะระดมคนให้มาร่วมทำกิจกรรมทางการเมืองได้มากน้อยเพียงใด เพียงแต่คราวนี้ ไม่เหมือนกับการชุมนุมในครั้งก่อนๆ ที่เมื่อฝ่ายหนึ่งจัดการชุมนุมแล้ว อีกฝ่ายก็จะใช้วิธีเฝ้าสังเกตการณ์มากกว่า

             เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า รวมทั้งเหตุกราดยิงผู้ชุมนุมที่ อ.เขาสมิง จ.ตราด จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย โดยเฉพาะเหตุระเบิดที่หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ราชประสงค์ นั้นชัดเจนว่า ผู้ก่อเหตุกระทำไปโดยที่ไม่ได้มุ่งหวังว่าจะให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต หากแต่เป็นใครก็ได้ ที่อยู่ในบริเวณตำบลกระสุนตก อันเป็นการปรับระดับการกระทำเลวร้ายให้สูงขึ้นอีก โอกาสที่ผู้บริสุทธิ์ไม่ได้มีส่วนร่วมในการชุมนุมจะบาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็มีมากขึ้นอีก โดยผู้กระทำหรือผู้สั่งการนั้น ทำด้วยจิตใจอำมหิตผิดมนุษย์หาได้แยแสความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับผู้อื่นไม่

             ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ชุมนุม หรือผู้ที่ถูกลูกหลง เพียงเพราะอยู่ใกล้กับพื้นที่ในการชุมนุม นั้นเป็นเพราะผู้สั่งการและผู้ที่ก่อเหตุ ไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดผลเพียงแค่ความสูญเสีย หรือเกิดจากเพราะความเกลียดชังกลุ่มผู้ชุมนุม หากแต่มุ่งหวังให้เกิดความกลัว เพราะเห็นว่า การชุมนุมนั้นเต็มไปด้วยความรุนแรง ไม่ปลอดภัย จนไม่กล้าไปร่วมชุมนุม ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำได้เพียงแค่เกิดความกลัว หรือเกิดอาการตกใจแค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

             ปัญหาก็คือสถานการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เป็นสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดคำนวณได้ว่า จะเกิดขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะรัฐบาลที่มีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมและภาพรวมทั้งหมดของบ้านเมืองอยู่แล้ว เพราะในมือของรัฐบาลนั้นมีกลไกที่จะนำไปสู่การป้องกันเหตุร้าย และการรักษาความปลอดภัยอยู่อย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานด้านการข่าว รวมทั้งกฎหมาย ที่พร้อมจะจัดการคนร้ายไล่ตั้งแต่ระดับผู้สั่งการ ผู้ปฏิบัติได้ทุกรูปแบบอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมารัฐบาลจะต้องไถ่ถาม ทบทวนกันอย่างจริงจังว่า กลไกเหล่านั้นได้ทำหน้าที่ของตนอย่างสมบูรณ์แล้วหรือยัง

             ที่น่าตกใจ และรักษาการนายกรัฐมนตรีจะต้องกลับไปทบทวน ใคร่ครวญ ภายใต้หลักกฎหมาย หลักความถูกต้องชอบธรรม หลักจริยธรรมก็คือ คนระดับรัฐมนตรีร่วมคณะของรักษาการนายกรัฐมนตรีที่ไปส่งสัญญาณให้แก่ผู้ชุมนุมทางการเมืองทั้งในเรื่องการระดมกลุ่มชายฉกรรจ์ การชี้เป้าให้เห็นว่า อาวุธที่จะนำมาใช้นั้นอยู่ที่ไหน โดยอ้างว่า นำมาใช้เพื่อป้องกันตนเอง ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองอันร้อนระอุเช่นนี้ โดยระดับวุฒิภาวะของบรรดารักษาการรัฐมนตรีควรทำหรือไม่ เพราะเล็งเห็นผลของการกระทำอยู่แล้วว่า อาจสร้างความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองมากน้อยเพียงใด หรือเพียงเพื่อชัยชนะทางการเมืองไม่ว่าวิธีการใดก็ล้วนแต่สมควรทำ