คอลัมนิสต์

อย่าทำลายความเชื่อมั่นป.ป.ช.

อย่าทำลายความเชื่อมั่นป.ป.ช.

23 ก.พ. 2557

อย่าทำลายความเชื่อมั่นป.ป.ช. : บทบรรณาธิการประจำวันที่23ก.พ.2557

              การออกมาชี้แจงทางเฟซบุ๊กของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรื่องที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีมติให้ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว โดยเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการตามอำนาจหน้าที่ หลายประเด็นถูกตั้งคำถามจากสังคมถึงหน้าที่ของผู้นำประเทศ และความกังขาที่พยายามจะบอกถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรม อ้างว่ามีการเร่งรีบคดีโดยใช้เวลาพิจารณาเพียง 24 วัน รวมถึงการขอเปลี่ยนตัวกรรมการบางคนโดยมีนัยบางอย่าง หากจะมองว่าเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของป.ป.ช.ก็คงมิผิด

              น.ส.ยิ่งลักษณ์ พยายามอธิบายถึงการทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรี และในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. ต่อโครงการจำนำข้าวทุกเมล็ด ถือเป็นการทำงานในระดับนโยบาย ส่วนในระดับปฏิบัติการก็เช่นเดียวกับโครงการอื่นๆ คือมีการกำหนดโครงสร้างการทำงาน ตามขั้นตอนและกระบวนการปฏิบัติ เพื่อรับจำนำและระบายข้าว โดยมีหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบการปฏิบัติการให้เป็นไปตามนโยบาย เธอจึงไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ในการลงไปปฏิบัติการ สั่งการ หรือครอบงำเจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติเลยแม้แต่น้อย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นราชการหรือเอกชน จะต้องใช้หลักการในการบริหารจัดการที่ดี มีการมอบหมายงานโดยเด็ดขาด เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบในแต่ละเรื่องแต่ละขั้นตอนที่ชัดเจน

              นับเป็นเรื่องที่น่าอดสูอย่างยิ่งที่คำชี้แจงของผู้นำทางการเมืองพยายามปัดความรับผิดชอบ บอกเพียงแค่ผู้นำประเทศทำหน้าที่กำกับดูแลนโยบายเฉยๆ ไม่ได้ลงไปปฏิบัติ ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ จะต้องมารับผิดชอบเรื่องนี้กระนั้นหรือ ซึ่งคนเป็นถึงนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่กำกับดูแลในเชิงนโยบาย แต่ไม่ได้หมายความว่าพอมีนโยบาย มอบนโยบาย หรือสั่งนโยบายไปแล้ว ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ทั้งที่ก่อนหน้านี้หลายหน่วยงาน ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ สำนักงบประมาณ นักวิชาการ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ ได้เคยออกมาเตือนถึงนโยบายประชานิยมนี้อยู่บ่อยครั้งว่าจะขาดทุนย่อยยับ ส่งผลต่องบประมาณของชาติอย่างมหันต์ โดยเฉพาะการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เม็ดงินไม่ได้ตกไปถึงมือเกษตรกรชาวนาที่แท้จริง

              กาลเวลาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านโยบายดังกล่าวมีการโกงอย่างเป็นระบบ แต่นายกรัฐมนตรีกลับโยนบาปให้ผู้ปฏิบัติเพียงฝ่ายเดียว โดยตนเองนั้นรับผิดชอบแค่นโยบาย หากเป็นเช่นนั้นเมื่อผู้นำคนไหนขึ้นมาแล้วอยากจะช่วยชาวนาให้มีเงินมากๆ ขายข้าวได้ราคาแพง ส่วนจะไปทำอย่างไรส่งออกแล้วป่นปี้หรือมีการโกงกันมหาศาลนำไปสู่การติดหนี้ชาวนาแล้วมาบอกว่าไม่เกี่ยวกับตัวเอง อย่างนี้บ้านเมืองจะปกครองกันอย่างไร เมื่อมีการตรวจสอบก็เปิดเกมทำลายความน่าเชื่อถือองค์กรอิสระทั้งคุกคาม ข่มขู่ ป้ายสี อย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้ขุดขยะที่ซุกไว้ใต้พรมออกมาตีแผ่ความสกปรกให้เห็น ทั้งที่นายกรัฐมนตรีควรเตรียมการทั้งเอกสารหลักฐานเพื่อชี้แจง ขณะที่ป.ป.ช.เองก็ต้องตรวจสอบเงื่อนงำหรือเบาะแสด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม สุดท้ายแล้วคำตอบที่ออกมาประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง