
เรื่องเก่า-กรรมเก่าของ'ชาวนา'
เรื่องเก่า-กรรมเก่าของ'ชาวนา' : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
พ.ศ.2557 พ.ศ.ที่ผู้คนรักชาวนามากมาย ทั้งจากฝ่ายไล่รัฐบาล และฝ่ายรักรัฐบาล
เช้าวันอังคาร มีภาพข่าวบนหน้า นสพ.หลายฉบับ เมื่อกลุ่มชาวนานำรถอีแต๊กพุ่งชนรั้วลวดหนามที่ขึงไว้ และช่วยกันรื้อลวดหนามออก จนมีชาวนาโดนรั้วลวดหนามบาดมือหลายราย
เหตุเกิดที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นที่ทำงานชั่วคราวของรัฐบาล โดยกลุ่มชาวนามาติดตามทวงถามเงินจากโครงการ "รับจำนำข้าว" ที่รัฐบาลค้างจ่ายกับชาวนา
000
พ.ศ.2517 พ.ศ.ที่ชาวนาเดินทางมาชุมนุมในเมืองหลวงเป็นครั้งแรก เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาค่าเช่านาที่ไม่เป็นธรรม และจัดหาที่ทำกินให้ชาวนา ซึ่งเป็นสองปัญหาใหญ่ ที่ทำให้ชาวนาทุกข์ยากปากหมอง
แต่ก่อนที่ทัพชาวนาจะเคลื่อนจากชนบทสู่นาคร หนังสือพิมพ์วิเคราะห์ข่าวรายสัปดาห์ "ประชาชาติ" ฉบับที่ 7 วันที่ 27 ธันวาคม 2516 เป็นภาพสาวชาวนา มือขวากำด้ามเคียว มือซ้ายอุ้มงอบไว้ในอ้อมกอด พร้อมคำพาดปกว่า "ชาวนาปี 2517"
ในเล่มมีรายงานเชิงวิเคราะห์ เรื่อง "ข้าวพร่องหม้อของชาวนา" ว่าด้วยสถานการณ์ข้าวในฤดูการผลิต 2516/2517 ซึ่งตอนหนึ่งได้ระบุข้อเรียกร้องของชาวนา
"สิ่งที่ชาวนาต้องการให้รัฐบาลทำอย่างยิ่ง ก็คือการประกาศการประกันราคาข้าว ที่จะบังคับให้พ่อค้าข้าวต้องซื้อข้าวจากชาวนาในราคาที่เป็นธรรม ที่ชาวนาจะลืมตาอ้าปากพอที่จะยึดการทำนาเป็นอาชีพได้"
นโยบาย "ประกันราคาข้าว" นั้นมีมาตั้งแต่ยุครัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร เนื่องจากราคาข้าวตกต่ำเหลือเกวียนละ 500 บาท รัฐบาลจึงต้องประกันราคาเป็นเกวียนละ 1,000 บาท
ฤดูการทำนาปี 2515/2516 อันเป็นปีสุดท้ายของรัฐบาลถนอม ได้ประกันราคาข้าวไว้ที่เกวียนละ 1,300 บาท
มาถึงฤดูการทำนา ปี 2516/2517 ชาวนาเรียกร้องให้รัฐบาลประกันราคาข้าว ในราคาเกวียนละ 2,000 บาท เป็นราคาที่จะพอสมน้ำสมเนื้อกับภาวะค่าครองชีพ แต่รัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ ไม่มีนโยบายประกันราคาข้าว เพราะราคาข้าวสูงถึงเกวียนละ 1,600-1,700 บาท
เหตุที่ราคาข้าวขยับสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ก็เนื่องจากมาจากเกิดภาวะแห้งแล้งในภาคอีสาน และน้ำท่วมซ้ำเติมในภาคกลาง ไร่นาเสียหาย ผลผลิตข้าวจึงมีน้อย แต่ความต้องการข้าวในตลาดต่างประเทศสูง พ่อค้าข้าวจึงกว้านซื้อข้าวเปลือกในราคาสูงเพื่อแย่งชิงตลาดการส่งออก
จรูญ สีบุญเรือง รมช.พาณิชย์ รัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ประชาชาติว่า สืบเนื่องจากราคาข้าวสูง รัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ จึงไม่มีนโยบายประกันราคา และรัฐมนตรีคนนี้ก็พูดถึงชีวิตชาวนา พ.ศ.นั้นไว้น่าสนใจ
"แม้ราคาข้าวจะดี แต่ชาวนาของเรา ก็ยังคงจนอยู่นั่นเอง เพราะเป็นความจนที่เกิดจากกรรมเก่า ที่ว่ากรรมเก่า ก็เพราะชาวนาของเราจนมานานแล้ว ต้องกู้หนี้ยืมสินเขา หรือไม่ก็ต้องเช่าที่ดินทำกิน
และการเช่าที่นาในปัจจุบัน ก็เป็นเรื่องทารุณมาก เพราะเจ้าของที่ดินไม่เคยเกื้อกูลชาวนา มิหนำซ้ำยังเก็บค่าเช่า โดยคิดแบ่งครึ่งจากรายได้ชาวนาทั้งหมด โดยเจ้าของที่ดินไม่ได้ทำอะไรเลย ที่ร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือแหล่งเงินกู้ ซึ่งคิดดอกเบี้ยร้อยละสิบต่อเดือนไปจนถึงร้อยละสิบต่อวัน กู้ไม่ถึงปีก็ทบต้นเสียแล้ว"
40 ปีผ่านมา ภาพสะท้อนชาวนาไทยผ่านปากคำของอดีตรัฐมนตรี ในรัฐบาลเฉพาะกาล หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา เหมือนฉายหนังเรื่องเก่าใน พ.ศ.ที่ผู้คนกำลังมะรุมมะตุ้มรุมรักชาวนา
พ.ศ.ปัจจุบัน วิถีการผลิตชาวนาเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ไม่ต้องคราดไถ ไม่ต้องลงแรงปักดำ ไม่ต้องกำด้ามเคียวเกี่ยวข้าว แต่หนี้สินก็เพิ่มเป็นเงาตามตัว เพราะต้นทุนการทำนาสูงขึ้น
"ชาวนาของเราจนมานานแล้ว ต้องกู้หนี้ยืมสินเขา หรือไม่ก็ต้องเช่าที่ดินทำกิน" คำพูดนี้ยังคงกังวานอยู่ในท้องทุ่ง



