
ตำรวจคือจุดเปลี่ยน
ตำรวจคือจุดเปลี่ยน : บทบรรณาธิการประจำวันที่19ก.พ.2557
ภายหลังจากศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) พยายามกดดันกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขอคืนพื้นที่ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์มาถึงจุดอันตรายแล้ว เกิดการปะทะกันตลอดแนวตั้งแต่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ต่อเนื่องสะพานมัฆวานรังสรรค์ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่อเค้าบานปลายหากรัฐบาลยังคงใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้ากดดันกลุ่มผู้ชุมนุม สถานการณ์แบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย การใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนับพันนายพร้อมอาวุธปืน แก๊สน้ำตา นั้น อาจทำให้เกิดอันตรายจากการปะทะจนนำไปสู่การนองเลือดในที่สุด รัฐบาลคงปฏิเสธความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เพราะ ศรส.อยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่รัฐบาลประกาศใช้และให้อำนาจแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเต็มพิกัด โดยมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบในการสั่งกำลังทั้งหมด บทเรียนที่ผ่านมาคงจะย่ำเตือนได้ดีเช่นปี 2551 ที่ ผบ.ตร.และผบช.น. ขณะนั้น ถูกดำเนินคดี โดยไร้ซึ่งนักการเมืองที่ออกมารับผิดชอบด้วย
ประเด็นการจัดกำลังใหม่ของตำรวจโดยให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค รับผิดชอบในแต่ละจุดนั้นสะท้อนถึงคำสั่งที่อาจเกิดปัญหาในทางปฏิบัติจึงต้องมีการระดมนายตำรวจระดับสูงเข้ามาร่วมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง การกระจายความรับผิดชอบเปรียบเสมือนกับการมัดมือนายตำรวจที่เติบโตมาจากสายการเมืองฝั่งรัฐบาลไว้ด้วยกันเป็นการการันตีถึงความจงรักภักดีและพร้อมร่วมเป็นร่วมตายหากเหตุการณ์ลุกลาม การขอคืนพื้นที่จะเป็นตัวพลิกสถานการณ์ไปทางใดทางหนึ่งโดยมีตำรวจเป็นตัวจักรสำคัญ เป็นเครื่องมือที่รัฐบาลเลือกใช้ หลังจากกองทัพปฏิเสธไม่เห็นด้วยในการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และใช้กำลังกับกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมกับประกาศจากผู้นำเหล่าทัพที่จะยืนเคียงข้างประชาชน นั่นหมายความว่า เมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้นเมื่อใดทหารพร้อมจะออกมาปกป้อง ดูจากคำสั่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่ให้กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เตรียมกำลังพร้อมในที่ตั้งถึง 5 กองร้อย
ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการปะทะกันนั้น ตำรวจซึ่งได้รับคำสั่งมีทั้งแรงกดดัน ทั้งความเครียดและเหนื่อยล้า หากมีมือที่สามหรือกำลังพลส่วนใดใช้อาวุธขึ้นมา ถึงเวลานั้นเหตุจะลุกลามจนควบคุมไม่ได้เหมือนเช่นอดีต ซึ่งตำรวจกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญบนพื้นที่จริง สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ อารมณ์ทั้งฝ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อถึงจุดหนึ่งที่ควบคุมไม่ได้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำรัฐบาล หรือ ศรส. ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน เป็นผู้ควบคุมสั่งการ อย่าลืมว่าขณะนี้ยังมีประชาชนที่เฝ้าดูสถานการณ์และพร้อมที่จะออกมาร่วมหากเกิดบานปลายไปถึงขั้นจลาจล ตัวแปรคือตำรวจจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้หรือไม่เพราะผู้รักษากฎหมายกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความรุนแรงเสียเอง



