
วิถีเกษตรอย่างไรไม่ยากจนไม่ต้องพึ่งรัฐไม่ต้องรอจำนำ
วิถีเกษตรอย่างไรไม่ยากจนไม่ต้องพึ่งรัฐไม่ต้องรอจำนำ : กระดานความคิด โดยมือทอง 2 http://www.oknation.net/blog/Organichomes
สถานการณ์บ้านเมืองเราตอนนี้ ถือว่าไม่อยู่ในภาวะปกติ ชาวนาก็ได้รับผลกระทบ ต้องฆ่าตัวตาย หนี้สินรุมเร้า สิ่งหนึ่งก็มาจากการบริหารประเทศผิดพลาดของบรรดานักการเมืองเรา วนอยู่กับการที่มีนักการเมืองโกงกิน ข้าราชการถูกแทรกแซง อาจจะเป็นเพราะว่ากฎหมายบ้านเราไม่เด็ดขาดไม่เข้มแข็ง หรือว่าพระเจ้าได้ให้ความอุดมสมบูรณ์แก่แผ่นดินไทย มีที่ดินอุดมสมบูรณ์ แหล่งน้ำ พรรณพืช อุณหภูมิที่เหมาะสม ถือได้ว่าเป็นทุนเดิมที่ประเทศไทยของเราที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้ พระเจ้าอาจจะมองว่าไม่เป็นธรรม ซึ่งประเทศอื่นต้องเจอหิมะ สึนามิ แผ่นดินไหว พระเจ้าจึงได้ประทานนักการเมืองเลวๆ มาให้ประเทศไทย จะได้สมดุล
ผมเชื่อว่าเราสามารถสร้างประเทศ ออกแบบประเทศของเราได้ คงได้เวลาอันไม่ไกลจากนี้นัก ผมเอาใจช่วย และญาติพี่น้องก็เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมในครั้งนี้ ย้อนกลับมาดูจุดแข็งของประเทศไทย หรือ Core หลักเราต้องเน้นเกษตร ไม่ใช่ไปเน้นอุตสาหกรรม (จนแซวไปว่าอุตสาหากรรม) ผมจำได้ว่าตอนผมอยู่มัธยมต้นมีนักการเมือง(ตายไปแล้ว) จะให้ประเทศไทยเป็นนิค (NICs) ประเทศกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ซึ่งไม่ได้วิเคราะห์จุดแข็งของประเทศไทยเลย
แทนที่จะเป็นอุตสาหกรรมเกษตร ตั้งโรงงานแปรรูป ตั้งกลุ่มสหกรณ์ ส่งเสริมจัดระบบแหล่งน้ำจัดโซนการปลูกพืชตามความต้องการของลูกค้า เน้นการทำตลาดต่างประเทศ เกษตรกรปลูกได้ให้สมเหตุสมผล ไม่เอาเปรียบ ก็ส่งแปรรูป ส่งขายต่างประเทศ เป็นครัวของโลกอย่างแท้จริง
และใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงนำมาเป็นค่านิยมหลักให้ทุกคนถือปฏิบัติ โดยให้สามารถพึงตนเองได้ก่อน แบ่งพื้นที่ สร้างบ้าน ปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์ไว้บริโภค ผัก ผลไม้ ทำให้ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้จากการจัดโซนผลิตเพื่อแปรรูป ถ้าทำอย่างนี้เกษตรกรไทยก็ไม่ยากจน ไม่มีหนี้สินเหมือนทุกวันนี้ ไม่ต้องขายที่ดิน ลูกหลานไม่ต้องดิ้นรนเข้ามาทำงานในเมืองหลวง เพราะนักบริหารนักการเมืองวางยุทธศาสตร์ผิด เอาน่าเราต้องอยู่กับปัจจุบัน ไม่ต้องรอภาครัฐช่วย เราสามารถทำพึ่งตนเองได้ โดยใช้หลักปรัชญาของในหลวง ผมเชื่อว่าเราอยู่กันได้ ไม่เน้นปลูกเชิงเดี่ยว ลูกหลานเกษตรกรที่เข้ามาในเมืองก็ศึกษาเกษตรควบคู่กันไปให้สอดคล้องกับตลาดความต้องการของท้องถิ่น นำความรู้ไปพัฒนาที่บ้านของตนเอง ค่อยๆ ทำไป ผลผลิตได้ดีแล้วครอบคลุมรายได้ที่เคยได้รับ ก็กลับไปพัฒนาไปดูแลพ่อแม่ ญาติพี่น้องให้มีความเป็นอยู่ที่ดี นำความรู้ไปพัฒนา
สำหรับผมเองผมใช้โมเดลนี้ ปัจจุบันทำงานเป็นวิทยากรที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ และเพิ่มผลผลิต



