
ทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย
ทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย : บทบรรณาธิการประจำวันที่18ก.พ.2557
เหตุอุกอาจยิงบ้าน นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และกรรมการบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ที่เกิดขึ้นเวลาตีสามเศษๆ ของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ด้วยอาวุธสงครามที่ไม่ปรากฏในสารบบของหน่วยงานรัฐที่ใช้อาวุธ สร้างความตระหนกตกใจให้แก่ประชาชนคนทั่วไปอย่างมาก เพราะการเคลื่อนไหวของ นายประมนต์ ทั้งในแง่ของการต่อต้านคอร์รัปชั่น การทำธุรกิจ หรือกระทั่งการเสนอตัวขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันที่จะเป็นตัวกลางในการเชื่อมประสานให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาพูดคุยกันแล้วปฏิรูปการเมือง ก็ไม่น่าจะเป็นชนวนเหตุให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้
เหตุการณ์ยิงบ้านประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) เกิดขึ้นไล่เลี่ยกับการยิงอาคารศาลอาญา ถนนรัชดาฯ ด้วยระเบิดเอ็ม 79 ทำให้มีการสันนิษฐานว่า ทั้งสองเหตุการณ์น่าจะมีสาเหตุมาจากเรื่องเดียวกันคือ การสร้างสถานการณ์ในช่วงที่การเมืองในประเทศเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ความสับสน และกำลังเดินเข้าไปหาจุดอับ เนื่องจากการเลือกตั้งที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น ก็บ่ายหน้าสู่ทางตันด้วยเช่นกัน อันจะส่งผลกระทบไปสู่ภาวะสุญญากาศ เนื่องจากไม่สามารถมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ และไม่อาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้
เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในภาวะที่บ้านเมืองไม่ปกติ แต่ลักษณะการก่อเหตุกลับไม่ได้มุ่งเอาชีวิต กรณียิงบ้านนายประมนต์นั้น แม้จะใช้อาวุธสงคราม แต่วิถีกระสุนเฉียงขึ้นไป ทะลุกระจกเข้าฝ้าเพดาน ไม่ได้ยิงใส่ตัวบ้านที่อาจก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เช่นเดียวกับการยิงอาวุธสงครามใส่อาคารศาลอาญา ก็อาศัยช่วงเวลากลางคืน ที่ไม่มีคนอยู่ก่อเหตุ จึงน่าจะเป็นการกระทำเพื่อสร้างสถานการณ์ ซ้ำเติมความขัดแย้งที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงในห้วงเวลานี้มากกว่า
ความรุนแรงที่ว่านั้นจะเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไรก็ตาม แต่แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีอาชีพอะไร ฐานะอย่างไร หากเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองในห้วงเวลานี้ ไม่ว่าจะไปด้วยอุดมการณ์ หรือไปเพราะอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ผู้คนมีความรักสามัคคี มีกฎหมายเป็นหลักให้ทุกคนยึดถือปฏิบัติ โดยที่ไม่มีใครอยู่เหนือ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตและทรัพย์สินของคุณจะปลอดภัยจากเหตุรุนแรงที่มีคนอีกกลุ่มหนึ่งมุ่งที่จะสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์บางอย่างที่เกิดขึ้นเฉพาะตน เฉพาะกลุ่ม โดยไม่สนใจว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้น จะกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยเองก็ตาม
การประณามการกระทำของคนเหล่านั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วก็คงจะผ่านไปเช่นเดียวกับที่ผ่านมาและจบลงด้วยการซุบซิบนินทา ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ความจริงแล้ว บ้านเมืองมีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนอย่างชัดเจนอยู่แล้ว จริงอยู่คงจะไม่สามารถป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งหมด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วก็เป็นหน้าที่ที่ต้องระดมสรรพกำลังที่มีอยู่เข้าจัดการลากคอผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ เพื่อให้กฎหมายยังคงเป็นกฎหมายและบังคับใช้ได้กับทุกๆ คน ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางการเมืองถูกจำกัด แต่กับคนร้ายที่ทำร้ายประเทศกลับเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระแบบนี้



