คอลัมนิสต์

ง่อยเปลี้ยเสียขา

ง่อยเปลี้ยเสียขา

17 ก.พ. 2557

ง่อยเปลี้ยเสียขา : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556

               ผ่านไปแล้ว 1 เดือนเต็ม สำหรับปฏิบัติการปิดกรุงเทพฯ ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แต่ยังไม่มีสัญญาณใดๆ บ่งบอกว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะดำเนินไปในรูปแบบใด เพราะรัฐบาลเอง แม้ทางหนึ่งจะบอกว่าพร้อมเจรจากับกปปส.แต่อีกทางหนึ่งก็พยายามเดินหน้าในสิ่งที่เห็นว่าฝ่ายของตนกำลังได้เปรียบ เช่น การจัดการเลือกตั้งใน 28 เขตเลือกตั้ง ดำเนินการทางกฎหมายกับแกนนำ กปปส.  ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) เตรียมประกาศรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุน กปปส. หรือที่เรียกว่า ท่อน้ำเลี้ยง และยังมีความพยายามที่จะเข้าสลายการชุมนุมในบางจุดที่เห็นว่ามวลชนของ กปปส.มีกำลังน้อยและเริ่มอ่อนล้าลง

               ในด้านการบริหารงานบ้านเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลรักษาการ ก็ตกอยู่ในอาการง่อยเปลี้ยเสียขา ไม่สามารถบริหารงานแก้ไขปัญหาของประชาชนได้ โดยเฉพาะปัญหาหนี้จำนำข้าวของชาวนาจำนวน 1.3 แสนล้านบาท ยังไม่นับรวมการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการและทหารระดับสูง และงานประจำต่างๆ ที่หยุดชะงักงัน อย่างเช่น การอำนวยการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่กำลังคืบคลานเข้ามาทำร้ายเกษตรกรและชาวนาอีกทางหนึ่ง ขณะที่ภาคธุรกิจเริ่มเห็นแนวโน้มผลกระทบรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ ต่างชาติขาดความเชื่อมั่น อันจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในฐานะแหล่งลงทุนอีกด้วย

               ระยะเวลานับจากนี้เป็นต้นไป ถ้าหากสถานการณ์การเมืองยังดำรงสภาพเหมือนติดหล่มอยู่อย่างที่ผ่านมาอย่างน้อย 1 เดือนนี้ จะต้องถือว่าเป็นห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังก้าวเดินไปสู่หน้าผาชันเพื่อช่วยกันผลักตัวเองให้ตกลงไปในหุบเหวแห่งความขัดแย้งนั้น โดยมีความวิบัติของชาติบ้านเมืองรอคอยอยู่ตรงส่วนที่ลึกสุดนั้น ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่คาดการณ์เอาไว้ว่าจะเจริญเติบโตในระดับ 4% ก็จะเป็นแค่ความฝัน ขณะที่ภาคการส่งออกที่ย่ำแย่มาจากเมื่อปีก่อน ก็ยังไม่มีสัญญาณทางบอกใดๆ บ่งชี้ว่า จะสามารถโงหัวขึ้นได้ โดยเฉพาะสินค้าในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประเทศไทยกำลังประสบปัญหาเทคโนโลยี "ล้าหลัง" นานาประเทศอุตสาหกรรมไปแล้ว ตัวอย่างดังกล่าวนี้ ล้วนต้องการแผนงานระดับนโยบายเข้ามาบริหารจัดการทั้งสิ้น

               เป็นที่คาดการณ์กันว่า ในปีนี้ประเทศไทยจะประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง ดังปรากฏตัวเลขระดับน้ำในเขื่อนใหญ่ ทั้งเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ อันจะส่งกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมลุ่มน้ำเจ้าพระยา 20 จังหวัดที่เปรียบเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำ ขณะเดียวกัน สภาพอากาศหนาวเย็นติดต่อกันนับเดือน นอกจากทำให้พืชผลบางชนิดเสียหายแล้ว ยังจะทำให้ปริมาณผลผลิตพืชผลไม้มีปริมาณมากจนล้นตลาด และสิ่งที่ตามมาก็คือ ความเดือดร้อนของเกษตรกร เหล่านี้ล้วนคือสถานการณ์ข้อเท็จจริงที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่ และในอนาคตอันใกล้นี้ เราก็คงจะได้เห็นม็อบเกษตรกรออกมาเดินขบวน ปิดถนนเรียกร้องความช่วยเหลือจากรัฐบาล ปัญหาคือ ใครจะทำหน้าที่บรรเทาความเดือดร้อนทุกข์ยากของพวกเขา