
รัฐบาลสุมไฟใต้
รัฐบาลสุมไฟใต้ : บทบรรณาธิการประจำวันที่16ก.พ.2557
สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อ 4 โจรใจอำมหิตพรางตัวเป็นทหารขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน บุกยิงไทยพุทธขณะยืนใส่บาตรกลางหมู่บ้าน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้พระสงฆ์มรณภาพ ชาวบ้านและสองแม่ลูกเสียชีวิตรวม 4 ศพ บาดเจ็บอีก 6 คน จนหลายฝ่ายต้องออกมาประณามการกระทำที่โหดร้าย รวมถึงผู้บงการและเครือข่าย ที่สร้างความสะเทือนใจและสะท้อนให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างไร้สำนึก ขอบเขต และมนุษยธรรม ตอกลิ่มความขัดแย้งในเรื่องศาสนาให้แก่คน 2 ฝ่าย ที่จะให้เหลือเพียงศาสนาเดียว เพื่อนำพาไปสู่จุดมุ่งหมายสุดท้ายของกลุ่มก่อความไม่สงบ
สัญญาณความรุนแรงดังกล่าวผองถ่ายมาจากเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุคนร้ายกราดยิงบ้านพักคนไทยมุสลิมที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ทำให้ ด.ช.มูยาเฮค มะมัน อายุ 11 ปี ด.ช.บาฮารี มะมัน อายุ 9 ปี และ ด.ช.อีลยาส มะมัน อายุ 3 ปี เสียชีวิตอย่างโหดร้าย ส่วนพ่อและแม่ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ 4 เดือน ได้รับบาดเจ็บ สร้างความสะเทือนขวัญให้แก่ผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะเกิดเหตุลอบสังหารชาวไทยพุทธติดต่อกัน แต่ที่น่าตกใจเห็นจะเป็นภรรยาตำรวจถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงและจุดไฟเผาเสียชีวิตบริเวณตลาดนัด อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี มาถึงเจ้าหน้าที่สาวแบงก์ที่ถูกยิงและเผาเสียชีวิตอย่างเลือดเย็นใน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี พร้อมทิ้งจดหมายฆ่าล้างแค้นและท้าทายไปถึงนายทหารระดับสูงของกองทัพ
ความเหี้ยมโหดที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากการวางระเบิดคาร์บอมบ์ และลอบยิงรายวันครั้งนี้ มีการวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมกลุ่มคนร้ายน่าจะเป็นแนวร่วมรุ่นใหม่ที่ถูกบ่มเพาะด้วยความรุนแรงและความเกลียดชังฝังรากลึก จึงกล้าลงมืออย่างโหดเหี้ยม เป็นสิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงต้องออกมาทบทวนบทบาทความรับผิดชอบที่ปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะทุกครั้งที่อำนาจรัฐอ่อนแอมักจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงชนิดคู่ขนาน ขณะที่เหยื่อหรือเป้าหมายคือประชาชนพี่น้องทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิมที่อยู่ปลายด้ามขวานทอง วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีท่าทีที่ชัดเจนต่อการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะประเด็นการเจรจาสันติภาพที่เงียบหายไปพร้อมกับความหวังจนทุกฝ่ายมองเป็นเพียงแค่การสร้างภาพ
ทุกวันนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้อยู่กันแบบหวาดกลัว เย็นค่ำก็ต้องปิดบ้านปิดร้านเพื่อความปลอดภัย พวกเขาต้องการให้รัฐบาลลงมาเหลียวแลและแสดงความรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเขามากกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่อาศัยสถานะการดำรงอยู่ในตำแหน่งรักษาการเพียงเพื่อแก้ไขปัญหาหรือห่วงแต่เรื่องการอยู่ในอำนาจของตัวเองและพวกพ้อง โดยไม่ให้ความสำคัญในชีวิตของชาวบ้านที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ขณะเดียวกันหน่วยงานด้านความมั่นคงต้องมีความโปร่งใสเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย รวมถึงการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและดูแลชุมชนหมู่บ้านที่มีไทยพุทธไทยมุสลิมได้อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข อย่าให้พวกเขาต้องเคว้งคว้างหรือลอยคอกลางทะเลจนกว่าจะมีรัฐบาลตัวจริงหรืออัศวินขี่ม้าขาวเข้ามากอบกู้



