คอลัมนิสต์

หาคนดีเป็นนอมินียากจริงๆ

หาคนดีเป็นนอมินียากจริงๆ

22 มิ.ย. 2552

การเมืองน้ำเน่าแบบไทยๆ ไร้รูปแบบ อุดมการณ์ มีแต่การแสวงหาความอุดมกิน ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี นักการเมืองดังและโฉ่ต่างสลับเท้า เปลี่ยนค่าย ย้ายจุดยืน จากความเป็นมาร แฝงลายเทพ และจากภาพที่คนเคยเห็นว่าน่าจะเป็นคนดีบ้าง กลับกลายข้างไปอยู่พวกที่สังคมประณามว

 ก่อนซีอีโอแกงโฮะเหลิงอำนาจจนหลุดจากเก้าอี้หนีคุก ลี้ภัย ไร้แผ่นดินเหยียบทุกวันนี้ เมืองไทยอยู่ในสภาพที่เส้นแบ่งความดีชั่วถูกทำให้เลอะเลือน ความโลภถูกยกย่องว่าเป็นพฤติกรรมดี ถ้ามีโอกาสสร้างความร่ำรวย นักการเมืองขี้โกงถูกยอมรับได้ ถ้ามีผลงานแสดงให้ชาวบ้านเห็น หรืองาบก็ได้ ถ้าเหลือเศษให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์

 ช่วงนี้มีข่าวการวิ่งสลับค่าย ขายตัวในราคาแพง เท่าที่ตัวเองคิดว่ามี คนที่เคยดูดีไปอยู่พรรคการเมืองยี้ พวกแกนนำสีแดงเคยนำชาวบ้านเผาบ้านเผาเมือง เป็นผู้สนับสนุนกำลังหลักด้านมวลชนให้พรรคซากเก่าจากการโดนยุบพรรค 2 ครั้ง

 ทุกวันนี้ยังดิ้นรนหาหัวหน้าพรรคตัวจริงไม่ได้ ต้องให้ข้าราชการเกษียณ มีผลงานด้านจัดการกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งยายเนื่อมยกให้วัด เป็นหัวหน้าพรรคชั่วคราว ก้นนั่งแช่ไว้ไม่ให้ฝุ่นเกาะ คอยดูแลสำนักงาน จ่ายบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เครื่องแฟกซ์

 วันก่อนมีข่าวว่าค่ายเพื่อไทยเสื้อแดงส่งจอมยุทธ์ ตู้เย็น ซึ่งกบดานเงียบ ไปทาบทามเสี่ยอดีตจอมยุทธ์สีกากี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ให้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ถ้าทำให้จะมีผลบวก 2 เด้ง เช่นการยอมรับของประชาชน มีต้นทุนสังคมสูง

 อีกประเด็นคือจอมยุทธ์นั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมากับหัวหน้าตัวจริงค่ายสีน้ำเงิน มีฐานอยู่บุรีรัมย์ เคยเป็นเจ้าของคดี “ยี้ห้อยร้อยยี่สิบ” อันลือลั่น และยังมีหลักฐานอื่นๆ เพียบ

 อนิจจา! จอมยุทธ์เสรีพิศุทธ์ย่อมไม่เห็นขี้ดีกว่าไส้ จึงปฏิเสธข้อเสนอไปอย่างนุ่มนวล แม้จะไม่เปิดเผยว่าข้อเสนอนั้นมีอะไรยั่วใจตอบแทนบ้าง แต่คงไม่น้อยแน่นอน

 เห็นได้ว่าพรรคนี้ฝังใจกับการต้องให้อดีตนายตำรวจเป็นหัวหน้าพรรค จากซีอีโอแกงโฮะไร้แผ่นดิน มีตัววิ่งเช่น พ.ต.ท. สมชาย ตามด้วย ร.ต.อ.สิงห์เหลิม บางบอน และก่อนหน้านั้นก็มีนายพลตำรวจหลายคนมีรายชื่อเสนอเพื่อสร้างราคาให้ตัวเอง

 ล่าสุดมีข่าวร่ำลือว่า “เสี่ยมนูญกฤต” ได้รับการทาบทาม คราวนี้เป็น พล.อ. ถัดจากข้อเสนอเลื่อนลอยให้ พ่อใหญ่จิ๋ว มารับกรรมต่อเนื่อง ไม่ต้องเกษียณ เพราะติดบ่วงกรรมกรณีมีส่วนในกระบวนการตัดสินใจลุยคนเสื้อเหลืองหน้ารัฐสภา 7 ตุลาคม ปีก่อน 

 ยังไม่มีเสียงตอบรับว่า “เสี่ยมนูญกฤต” จะรับหรือไม่ เพราะห่วงอนาคตตัวเองว่าถ้าไปเกลือกกลั้วกับกลุ่มนักการเมืองสังคมรังเกียจ นอกจากไม่คุ้มแล้วยังทำให้ตัวเองเสื่อมเสียสถานภาพ คนที่เคยนิยมยกย่องจะร้องว่า ธาตุแท้เป็นคนเช่นนี้

 จะเห็นได้ว่าคนที่เคารพตัวเองจะไม่ยอมรับ หรือเข้าร่วมขบวนการ “พานายใหญ่กลับบ้าน” ตามเสียงเรียกร้องออดอ้อนผ่านโฟนอินเกือบจะทุกวันจากดูไบ และประเทศยูเออีก็ไม่ทำอะไร ทั้งๆ ที่คนหนีคุกยังใช้ปากพ่นพิษให้ร้ายบ้านเกิดทุกวัน

 ถ้าแผ่นดินนี้มีปัญหา ไร้ค่า ก็ไม่ควรดิ้นรนกลับมา อยู่ดูไบจนตายเถอะ! หรือต้องรอผลการเลือกตั้งซ่อมสกลนคร ศรีสะเกษ ว่าพอจะมีอนาคตอะป่าวนิ! อิอิอิ!!!