
อัมพาตครึ่งซีก!
อัมพาตครึ่งซีก : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
ถึงแม้กระแส "คนกลาง" หรือ "นายกฯ คนกลาง" จะเริ่มพุ่งขึ้นมาท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่เข็มทิศยังคงชี้ไปที่ "ทางตัน" และหายนะของประเทศ ทั้งในด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ
แต่ก็นับได้ว่าเป็นสัญญาณที่ดีหลังจากก่อนหน้านี้หลายกลุ่มได้พยายามชูประเด็น "การปฏิรูปประเทศ" มาแล้ว ล่าสุดยังอยู่ในช่วงรวบรวม ถกเถียง เพื่อให้ได้บทสรุป แต่ดูเหมือนว่า จะเป็นเรื่อง "ระยะยาว" มากกว่าจะเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างกรณี เงินค่าจำนำข้าวของชาวนา
สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ หากมองไปที่ม็อบ กปปส.แล้ว เมื่อเทียบกับก่อนหน้า "ความร้อนแรง" ได้ผ่อนคลายลงไปจนไม่น่าเชื่อว่า ยากที่จะกดดันรัฐบาลได้จนถึงขั้นยินยอมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่ม็อบยื่นเงื่อนไข
บรรยากาศการชุมนุมนั้นถูกแปรสภาพให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว บางเวทีเป็นงานแสดงคอนเสิร์ต อาจจะมีบางเวทีที่ยังคงความเสี่ยงเพราะกลายเป็นสถานที่ทดลองใช้ความรุนแรงเป็นครั้งคราว
ขณะที่แกนนำผู้ชุมนุมก็ดูเหมือนจะชุมนุมไปพร้อมกับรอองค์กรอิสระไป...เมื่อศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องขอให้วินิจฉัยให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์เป็นโมฆะ ไม่มีการจัดเลือกตั้งใหม่ ก็คงจะรอให้ ป.ป.ช.ลงดาบ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คดีจำนำข้าว และส.ส.-สว.คดีโหวตแก้รัฐธรรมนูญ
ยังโชคดีที่มีกรณีชาวนามาชุมนุมเรียกร้องเงินค่าข้าวที่เอาไปจำนำไปขึ้นเวทีให้ได้มีสีสันเรียกน้ำตาได้บ้าง ทำให้การชุมนุมยังคงมีผู้คนไปร่วมหนาตา แต่ "พลัง" ของการชุมนุมคงจะเทียบกับช่วงที่รุ่งสุดๆ ก่อนหน้านี้ไม่ได้
ข้างฝ่ายรัฐบาลนั้น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัย ก็ต้องกัดฟันเดินหน้าสู่การเลือกตั้งอีกต่อไป ท่ามกลางความมึนงงของคนในพรรคว่า เหตุใด กกต.ถึงได้กำหนดวันเลือกตั้งยืดไปถึงปลายเดือน เมษายน ราวกับว่า กำลังรอ "ดาบ" ของใครอยู่
ถึงแม้รัฐบาลจะอยู่ในสภาพ "หลังพิงฝา" แต่ก็ยังมี "ดาบ" อยู่ในมือ นั่นก็คือ "ศรส." ที่คุมกลไกอำนาจสั่งการให้ตำรวจล่าตัวแกนนำม็อบที่ศาลอนุมัติหมายจับ หลังจากได้ไปหนึ่งแล้ว ก็น่าเชื่อว่า จะต้องเร่งล่าให้ได้มากที่สุด เพื่อให้การชุมนุมไม่เป็นอุปสรรต่อการเลือกตั้ง และการก้าวขึ้นสู่อำนาจอีกต่อไป
ถามว่าแล้ว "กองทัพ" ล่ะจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะปล่อยให้บ้านเมืองง่อยเปลี้ยเสียขาอยู่อย่างนี้ต่อไปอย่างนั้นหรือ
คำถามเช่นนี้กองทัพหรือผู้นำเหล่าทัพคงจะตอบตรงๆ ยาก แต่หากมองจากภายนอกไปแล้ว สภาพกองทัพ คงจะขยับตัวลำบาก โดยเฉพาะที่จะไปแสดงบทบาททำหน้าที่เป็น "คนกลาง" หรือเป็นส่วนที่ทำให้ทุกฝ่ายหันมาฟังกันและกันอย่างตั้งอกตั้งใจ เข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น
ที่เป็นเช่นนั้นอาจเพราะคดียิง ขวัญชัย ไพรพนา ปางตายนั้น เมื่อตำรวจจับกุมตัวได้ 1 คน โดยสืบจากกล้องซีซีทีวี แล้วไปขอตัวผู้ที่ถูกซัดทอดอีก 5-6 คน ซึ่งก็ล้วนเป็นทหารนั้น แม้จะปฏิเสธได้ว่า ไม่รู้ไม่เห็น ไม่เกี่ยว แต่มันก็เกิดคำถามว่าทหารอยู่เบื้องหลังจริงหรือไม่? ทำไปเพื่ออะไร?
สถานการณ์บ้านเมืองในเวลานี้ เปรียบกับคนก็คงไม่ต่างจากอัมพาตไปครึ่งซีก ! ฝ่ายหนึ่งรอให้องค์กรอิสระลงดาบ อีกฝ่ายก็ได้แต่ใช้อำนาจรัฐในทางหนึ่ง แต่กลับไร้อำนาจที่จะขจัดข้อกล่าวหาที่ว่า "เบี้ยวเงินชาวนา" เพราะอยู่ในสภาพเสมือนไร้ความสามารถอย่างที่เขาว่าจริงๆ
....................................
(หมายเหตุ : อัมพาตครึ่งซีก : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)



