
ประจำวันที่ 20 มิ.ย.
000 ไม่แค่เพียง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก ที่หมั่นลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อกำชับเจ้าหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยแล้ว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะที่รับผิดชอบพื้นที่โ
000 “รัฐบาล-กองทัพ” ประกาศปาวๆ ว่าจะใช้แนวทาง “สันติวิธี” แก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการใช้การเมืองนำการทหาร ก็ไม่ได้ทำให้เหตุการณ์ร้ายทุเลาลง นับวันกลับจะยิ่งลุกโชนมากขึ้น “ข้อมูลลับ” ที่ พล.อ.วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารบก นำมาเปิดเผยว่ามีขบวนการสนับสนุน “โจรก่อการร้าย” ในพื้นที่มีมากถึง 5-6 หมื่น ถือว่าเป็นจำนวนที่น่ากลัว และมีการประกาศว่าจะต้องได้รับ “ชัยชนะ” ในอีก 3 ปีข้างหน้า คือปี 2555 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่รัฐบาลประกาศว่าอีก 3 ปีข้างหน้าพื้นที่ 3 จว.ชายแดนภาคใต้จะสงบ
000 คณะรัฐมนตรีอนุมัติการจัดซื้อรถหุ้มเกราะ 20 คันไว้ใช้รับรองผู้นำประเทศในการประชุมอาเซียน ที่ จ.ภูเก็ต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาความปลอดภัยผู้นำที่จะมาร่วมประชุม และจากนั้นจะนำมาหมุนเวียนใช้เมื่อมีผู้นำและคนสำคัญเดินทางมาเยือนประเทศไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เเซว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า “ถ้าวันที่ 12 เม.ย.ไม่มีรถหุ้มเกราะ ป่านนี้จะเป็นอย่างไร” แหม...ถามได้ ก็เละเป็นโจ๊กนะสิ
000 ต้องขอขอบคุณ พล.อ.ท.ประจิน จั่นตอง รองเสนาธิการทหารอากาศ ที่นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่กองบิน 7 ดูสถานที่เก็บเครื่อง “กริพเพน” ที่จะมาถึงประเทศในเดือนมกราคม-มีนาคม 2554 จำนวน 6 ลำ โดยเป็นแบบ 2 ที่นั่ง 4 ลำ และแบบ 1 ที่นัง 2 ลำ “น้ำ ฟ้า ฝั่ง” ชื่นชมการทำงานที่เป็นขั้นเป็นตอน และยอมรับกันได้ ตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อจนถึงโรงเก็บเครื่องบิน สมกับเป็นยุคของ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่เน้นโปร่งใส-ตรวจสอบได้จริง



