คอลัมนิสต์

มาตรฐานทางคดี

มาตรฐานทางคดี

12 ก.พ. 2557

มาตรฐานทางคดี : บทบรรณาธิการประจำวันที่12 กุมภาพันธ์ 2557

              ประชาชนคนไทยทุกคนจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเป็นพื้นฐานที่เหมือนกันหมด ความยุติธรรมทางอาญาต้องเทียบเท่ากัน ตำรวจมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยไม่แบ่งแยก เมื่อประชาชนได้รับความเสียหายได้รับความทุกข์จากใครก็ตามที่มาละเมิดต้องมีการควบคุมจับกุมดำเนินคดีเหมือนกันและทำด้วยความตั้งใจ กฎหมายบ้านเมืองถึงจะมีความศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนให้ความเคารพยำเกรง บ้านเมืองก็จะสงบประชาชนอยู่กันอย่างสงบสุข ทำมาหากินไปตามอาชีพ แต่สภาพในปัจจุบันนั้นเกิดความแตกแยกไปทั่วทุกหัวระแหง ความขัดแย้งดังกล่าวไม่ได้เกิดจากประชาชนโดยตรง แต่เป็นผลพวงมาจากปัญหาทางการเมือง ต้นเรื่องมาจากความพยายามนำตัวอดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศ ด้วยการใช้กฎหมายจากเสียงข้างมาก

              ทำให้อีกด้านหนึ่งมองว่ากฎหมายนิรโทษกรรมจะทำให้อดีตนายกรัฐมนตรีหลุดจากโทษทางอาญาและอาจลุกลามไปถึงการคืนเงินที่ถูกศาลยึดไว้ก่อนหน้านี้ การชุมนุมเริ่มขึ้นจนรัฐบาลต้องประกาศยุบสภา แต่ปมปัญหาก็ดูจะยังไม่เห็นทางออก

              เมื่อประเด็นการชุมนุมทางการเมืองขยายตัวออกไปจนกระทั่งรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นยาแรงในการสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมและบรรดาท่อน้ำเลี้ยงที่รัฐบาลเชื่อว่าให้การสนับสนุนทางการเงิน เมื่อความรุนแรงเริ่มก่อตัวจนถึงขนาดมีการใช้อาวุธสงครามทั้งปืน ระเบิดสังหาร จากกลุ่มไม่ทราบฝ่าย แสดงให้เห็นว่าการควบคุมดูแลความปลอดภัยให้แก่กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ดีพอ แม้หลักฐานทางคดีคนร้ายจะปรากฏชัดทั้งคลิปจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล ไปจนถึงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังไม่สามารถตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงบทบาทหน้าที่ของตำรวจซึ่งส่วนใหญ่เติบโตขึ้นมาเป็นผู้บริหารด้วยความเห็นชอบของผู้มีอำนาจเหนือรัฐบาลที่หลบหนีคดีตามอาญาแผ่นดิน เมื่อผู้ชุมนุมอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล จึงถูกตั้งคำถามว่าการติดตามความคืบหน้าคดีต่างๆ นั้นเกิดความล่าช้า ใส่เกียร์ว่าง ตำรวจไม่ได้ทำหน้าที่อย่างจริงจังและเลือกปฏิบัติทำให้อาญาแผ่นดินดูล้มเหลวเพราะใช้กฎหมายไม่เท่าเทียมกัน ตำรวจจึงถูกสังคมตำหนิว่ารับใช้การเมืองจนเกินไป รวมถึงหน่วยงานอย่างกรมสอบสวนคดีพิเศษด้วย

              ผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ได้วางตัวเป็นกลางแต่กลับกลายเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายการเมืองเล่นงานกลุ่มเห็นต่าง หน่วยงานบังคับใช้หลักๆ ทั้งตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ใช้อำนาจสองมาตรฐานจนต้นธารกระบวนการยุติธรรมดูไม่น่าเชื่อถือ กรณีคดียิงแกนนำเสื้อแดงที่จังหวัดอุดรธานี ถูกตำรวจไล่ล่าจนจับกุมคนร้ายได้เกือบทั้งขบวนการ ตรงข้ามคดีฆ่าแกนนำกปปส. ท้องที่ สน.บางนา หรือกรณีใช้ระเบิดปาใส่บ้านผู้นำฝ่ายค้าน ผู้ว่าฯ กทม. หรือการปาระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมมีทั้งภาพ ทั้งพยานที่ชัดเจน กลับไม่มีความคืบหน้าเหมือนกับว่าคดีที่อยู่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลนั้นถูกดอง ถูกแช่แข็ง รอฟังคำสั่งหรือทางลมจากผู้มีอำนาจ และที่ชัดเจนคือ ความพยายามเนรเทศผู้ขึ้นเวทีปราศรัยคือคนที่เห็นต่างกับรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐใช้ทั้งกฎหมายรุกไล่และชะลอการใช้กฎหมายเพื่อบังคับใช้ในแง่คดีความไปพร้อมๆ กัน เมื่อกฎหมายไม่มีมาตรฐานการใช้ประเทศถึงวุ่นวายอยู่ในขณะนี้