
อิหร่าน
การเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านที่ผ่านมา แม้ว่า นายมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด ซึ่งครองตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่ จะกล่าวอ้างถึงชัยชนะแบบทิ้งห่างคู่แข่ง คือ นายฮุสเซน มูซาวี อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ยึดถือแนวทางปฏิรูป โดยนายอาห์มาดิเนจาดได้รับคะแนนเสียง 65 เปอร์เซ็นต์
โดยยืนยันว่าการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นอิสระอย่างแท้จริง และประชาชนชาวอิหร่านกำลังมองไปในอนาคต มิใช่มองย้อนหลังกลับไปในอดีต รวมทั้งกล่าวหาว่าสื่อต่างชาติยุยงปลุกปั่นให้ชาวอิหร่านเกิดความขัดแย้งและต่อสู้กันเอง แต่ประชาชนและนักศึกษาจำนวนมากได้แสดงความไม่พอใจต่อผลของการเลือกตั้ง และก่อการประท้วงขึ้นในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมา การประท้วงลุกลามถึงขั้นจลาจล มีการเผาทำลายข้าวของ และตะโกนขับไล่นายอาห์มาดิเนจาดจนทางการต้องส่งกำลังออกปราบปราม เป็นผลให้มีผู้ประท้วงเสียชีวิตจำนวนหนึ่ง ขณะที่นายมูซาวีได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ของตนให้ประชาชนอยู่ในความสงบ แต่ก็ตั้งข้อสังเกตว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีเงื่อนงำ และจะไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งที่เขาเรียกว่าเงื่อนงำ ซึ่งเป็นอันตรายต่อหลักการของการปฏิวัติอิสลาม และสนับสนุนให้เกิดระบอบเผด็จการขึ้นในประเทศ
ในส่วนของกลุ่มผู้ประท้วงได้เปลี่ยนรูปแบบจากการชุมนุมตามถนนและหน้าที่ทำการของรัฐ ไปเป็นการรวมตัวกันตามมัสยิดต่างๆ เพื่อทำพิธีละหมาดให้แก่ผู้เสียชีวิตด้วยความสงบ โดย อิหม่ามอะยาโดลาห์ อาลี คาห์เมนี ผู้นำจิตวิญญาณสูงสุด ขอให้ประชาชนและผู้แข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ให้ความยอมรับผลการเลือกตั้งและสนับสนุนผู้ชนะการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาอิหม่ามคาห์เมนีให้สภาผู้พิทักษ์ซึ่งเป็นองค์กรนิติบัญญัติสูงสุดของอิหร่าน สอบคำร้องเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งจำนวน 646 คำร้อง ของนายมูซาวี และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีก 2 ราย
โครงสร้างของการปกครองในอิหร่านจะประกอบด้วยองค์กรหลัก 5 องค์กร ได้แก่ ประธานาธิบดี รัฐสภา สภาผู้เชี่ยวชาญ สภาผู้พิทักษ์ และผู้นำทางจิตวิญญาณสูงสุด โดยประธานาธิบดีเป็นผู้นำด้านการบริหาร ขณะที่ผู้นำทางจิตวิญญาณสูงสุดเป็นผู้นำทางศาสนาและศูนย์รวมจิตใจของประชาชน เป็นที่ทราบกันดีว่า อิหม่ามคาห์เมนีให้การสนับสนุนประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาดอยู่ แต่ประชาชนชาวอิหร่านกำลังอยู่ในอารมณ์ที่เบื่อหน่ายกับนโยบายแนวอนุรักษนิยมและศาสนานิยมของนายอาห์มาดิเนจาด รวมทั้งนโยบายต่างประเทศที่เป็นปฏิปักษ์กับชาติตะวันตก และคาดหวังจะเห็นความเปลี่ยนแปลงและการปฏิรูป หากนายมูซาวีขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ แต่เมื่อผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่หวัง จึงก่อให้เกิดการจลาจลครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ปฏิวัติอิสลาม ในปี 2522 เป็นต้นมา
อิหม่ามคาห์เมนีและนายอาห์มาดิเนจาดได้หาทางแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการเชิญให้นายมูซาวีและผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีก 2 คน ร่วมพิธีละหมาดที่มัสยิดของมหาวิทยาลัยเตหะราน เพื่อแสดงให้ชาวอิหร่านและชาวโลกเห็นถึงความสมานฉันท์ของทุกฝ่ายในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญกับความแตกแยกอย่างรุนแรง
ครับ เรื่องราวของอิหร่านเห็นทีว่าคงจะยังไม่จบลงง่ายๆ หรอกครับ...
แถมท้ายวันนี้ คุณๆ ที่ติดตามอ่านคอลัมน์ของผม ตอนนี้สามารถรับฟังการสนทนาสบายๆ สไตล์ประภัสสร เสวิกุล กับ คุณสรรเสริญ ปัญญาธิวงศ์ ได้ที่คลื่นความคิด 96.5 เอฟเอ็ม ทุกคืนวันศุกร์ เวลา 20.30-21.30 น.ครับ



