คอลัมนิสต์

ข้าราชการคลังสามารถป้องกันตัวเองได้

ข้าราชการคลังสามารถป้องกันตัวเองได้

11 ก.พ. 2557

ข้าราชการคลังสามารถป้องกันตัวเองได้ : กระดานความคิด โดยนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล

              นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ "ข้าราชการคลังสามารถป้องกันตัวเองได้" โดยระบุว่า ตามที่ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้ทำบันทึกทักท้วงรัฐมนตรีคลัง เกี่ยวกับการกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท โดยรัฐมนตรีคลังได้ใช้อำนาจในตำแหน่งของตน สั่งการยืนยันนั้น เป็นมาตรการที่คุ้มครองข้าราชการได้ดี

              แต่เนื้อหาในบันทึก มีเฉพาะการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 (3) เป็นหลัก

              ผมคิดว่าข้าราชการยังควรเตรียมหาคำตอบ เพื่ออธิบายการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 (4) อีกด้วย โดยผมเสนอประเด็นให้ตระเตรียม ดังนี้

              หนึ่ง เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2557 รมว.กระทรวงการคลัง และ รมว.คมนาคม เบิกความต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีร่างกฎหมายกู้สองล้านล้าน ร่วมกันยืนยันว่าโครงการตามกฎหมายดังกล่าว ล้วนเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และการกู้ยืมตามกฎหมายดังกล่าว เป็นสิ่งที่จำเป็น เหตุใดจึงกลับเปลี่ยน โยกวงเงินจากโครงการเหล่านี้ ไปใช้ในโครงการจำนำข้าวแทน ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง

              สอง ศาลรัฐธรรมนูญยังพิจารณาร่างกฎหมายนี้ไม่แล้วเสร็จ และ รมว.กระทรวงการคลัง เป็นผู้เสนอร่างกฎหมายนี้เอง แทนที่จะรอผลการพิจารณาเสียก่อน เหตุใด รมว.กระทรวงการคลังเองกลับไม่เห็นความสำคัญของกฎหมายนี้แล้ว กลับรีบร้อนบอกว่าบางโครงการไม่จำเป็นเสียแล้ว ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง

              สาม การโยกวงเงินจากโครงการคมนาคมในลักษณะซึ่งคล้ายเป็นงบลงทุน ซึ่งเป็นการสร้างทรัพย์สินวัตถุถาวรให้แก่ประเทศ และจะมีผลประโยชน์ยืนยาวไปหลายชั่วคน เปลี่ยนไปเป็นโครงการที่มีผลขาดทุน ในลักษณะซึ่งคล้ายเป็นงบประจำ เป็นการโยกข้ามประเภทที่ไม่เกิดขึ้นในกรณีปกติ แต่เหตุใดจึงได้มีการรีบเร่งดำเนินการ ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง

              สี่ วงเงิน 5 แสนล้านได้กำหนดในมติ ครม. ปี 2554 เป็นวงเงินหมุนเวียน มีวัตถุประสงค์เพื่อบังคับให้มีการเร่งขายข้าว เพื่อช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพ และช่วยป้องกันการทุจริตแบบขายผ่านคอขวด แต่การกู้ยืม 1.3 แสนล้านบาทดังกล่าว โดยไม่เน้นให้มีการขายข้าวเสียก่อน เป็นการดำเนินการที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เดิม เหตุใดจึงได้เปลี่ยนวัตถุประสงค์ และเหตุใดจึงได้มีการรีบเร่งดำเนินการ ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง

              ห้า ในปี 2554 การเสนอให้ ครม.อนุมัติค้ำประกันเงินกู้ 5 แสนล้าน ได้ทำอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา โดยกระทรวงการคลังเสนอเรื่องเข้า ครม. แต่เหตุใด ในครั้งนี้ในปี 2557 จึงได้เปลี่ยนแปลงวิธีการ ไปใช้ช่องทาง ผ่านคณะกรรมการบริหารหนี้สาธารณะฯ ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่เปิดเผย และได้มีการรีบเร่งดำเนินการ ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง

              ถ้าท่านหาคำตอบไม่ได้ หรือได้ไม่ครบ ท่านควรพิจารณาทำบันทึกอีกฉบับหนึ่ง แจ้งให้รัฐมนตรีทราบ ว่ามีประเด็นที่แปลกแหวกแนวไปจากเดิมเหล่านี้ ซึ่งต่อไป องค์กรที่มีอำนาจ อาจจะวินิจฉัยว่ามีการตั้งใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 (4) ก็ได้

              และท่านควรเสนอให้รัฐมนตรีทบทวน หรือใช้อำนาจ สั่งการยืนยันอีกครั้ง ในเรื่องของรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 (4) วิธีนี้ ก็จะปลอดภัยแก่ข้าราชการ ทั้งสองอนุมาตราครับ

              หรือหากท่านเน้น ให้ใช้วิธีบูมขายข้าว ก็จะปลอดภัยแก่ข้าราชการ และยังจะปลอดภัยต่อรัฐมนตรีคลังด้วยครับ

              สำหรับ รัฐธรรมนูญ มาตรา 181 ระบุว่า  คณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่รักษาการอยู่ จะปฏิบัติหน้าที่ ได้เท่าที่จำเป็น ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ดังต่อไปนี้

              (1) ไม่กระทำการอันเป็นการใช้อำนาจแต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ หรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากตำแหน่ง หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

              (2) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

              (3) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป

              (4) ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้งและไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด