
เป็นกรรมของบ้านเมือง
เป็นกรรมของบ้านเมือง : บทบรรณาธิการประจำวันที่11ก.พ.2557
ถึงแม้ว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง จะแสดงให้เห็นว่า ได้มีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาการเลือกตั้งที่ดูเหมือนจะเจอกับทางตัน เพราะ 28 เขตเลือกตั้งนั้น ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง และทำให้คะแนน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อีก 125 คน ไม่สามารถเริ่มนับคะแนนได้ เนื่องจากต้องให้ได้คะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้งมานับรวมกัน ทำให้จำนวน ส.ส.ที่กฎหมายกำหนดไว้ว่า จะต้องมีอย่างน้อย 95% ของจำนวนทั้งหมดให้ได้เสียก่อน จึงจะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้
เมื่อไม่มีรัฐบาลใหม่ทั้งที่การเลือกตั้งทั่วไปผ่านไปแล้ว ทำให้ปัญหาสำคัญๆ อย่างกรณีชาวนาที่มารวมตัวกันหน้ากระทรวงพาณิชย์เพื่อทวงเงินค่าจำนำข้าวซึ่งรัฐบาลผัดผ่อนมาหลายเดือนแล้วเพราะไม่สามารถหาแแหล่งกู้เงิน รวมทั้งไม่สามารถระบายข้าวออกไปเพื่อนำเงินมาชดใช้ให้แก่ชาวนาได้ยังคงอยู่บนหนทางที่มืดมน มองหาอนาคตรัฐบาลไม่เจอ ขณะที่อนาคตของชาวนานั้น เห็นชัดเจนแล้วว่า กำลังบ่ายหน้าสู่หล่มเหว เพราะรายจ่ายเข้ามาจ่อคอหอย บางรายนำที่นาไปจำนองก็อาจจะต้องสูญเสียที่ดินทำกิน
ขณะเดียวกัน การชุมนุมของ กลุ่ม กปปส.ก็ยังคงยืดเยื้อไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดยุติ เพราะรัฐบาลรักษาการเมินเฉยต่อเงื่อนไขที่ผู้ชุมนุมเรียกร้อง ไม่ว่าจะเป็นการลาออกจากรักษาการนายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้ กลุ่ม กปปส.จัดการปฏิรูปประเทศไทย แต่กลับประกาศตั้งสภาปฏิรูปประเทศเสียเองก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลอะไร เนื่องจากไม่ได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้รัฐบาลรักษาการที่ปกติก็แทบจะทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วเพราะติดขัดบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ยิ่งสูญเสียอำนาจสั่งการข้าราชการในส่วนต่างๆ ก็ยิ่งทำให้บ้านเมืองเดินหน้าสู่ทางตันมากยิ่งขึ้น
คำถามที่พบเห็นทั่วไปทุกวันนี้ก็คือ เราจะปล่อยให้บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกนานเท่าใด ปลายทางของการต่อสู้ของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.จะอยู่ที่ใด แนวทางการต่อสู้ของรัฐบาลรักษาการจะกอดกฎหมายไปอีกนานแค่ไหน และเมื่อไหร่ที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ ดูเหมือนว่า ประชาชนคนไทยกำลังจำนนต่อสถานการณ์บ้านเมืองติดหล่มอยู่อย่างนี้มานานเกินไปแล้วหรือไม่ ยังมีทางออกอื่นใดที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้คนไทยทุกคนก้าวย่างออกจากสถานการณ์ที่ทุกคนร่วมกันทำร้ายประเทศนี้ไปได้หรือไม่
ที่ผ่านมาเรามักจะได้ยินคำพูดของบรรดานักการเมืองทั้งหลายว่า ทำเพื่อชาติบ้านเมือง ทำเพื่อคนไทยทั้งประเทศ แต่คำพูดที่ออกมานั้นส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับการกระทำ การปล่อยให้บ้านเมืองถูกกักขังด้วยเพราะไม่รู้จักเสียสละอยู่เช่นนี้ มองอย่างอื่นไม่ได้นอกจากความเห็นแก่ตัว ที่มุ่งแต่จะรักษาอำนาจเอาไว้และนำไปเป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์เข้าสู่ตนเองและพวกพ้อง ต้องถือว่าเป็นกรรมของประเทศ กรรมของคนไทยจริงๆ



