
เสริมทีม'ชุดเคลื่อนที่เร็ว'กำราบโจรปล้นทรัพย์
เสริมทีม'ชุดเคลื่อนที่เร็ว' กำราบโจรปล้นทรัพย์ : สายตรวจระวังภัย โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ
"คดีลัก วิ่ง ชิง ปล้น" ยังคงเป็นภัยที่สร้างความเดือดร้อนให้คนเมืองหลวงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นางกิตติมา ณ กลาง ผู้ประกาศข่าวชื่อดังสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ตกเป็นเหยื่อ ถูกคนร้าย ซึ่งเป็นชายวัยรุ่น 4 คน ใช้มีดเป็นอาวุธปล้นทรัพย์ เหตุเกิดที่ถนนด้านข้างสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ย่านห้วยขวาง ขณะผู้ประกาศข่าวรายนี้กำลังเดินกลับที่พัก
ถัดมาอีก 1 วัน น.ส.รักษิตา ศรสุมนาภรณ์ พนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ถูกชายวัยรุ่น 4 คน ใช้มีดสปาร์ต้าข่มขู่ปล้นทรัพย์ เหตุเกิดหน้าโรงแรมชื่อดังริมถนนรัชดาภิเษก ซึ่งตำรวจ สน.ห้วยขวาง เจ้าของพื้นที่เชื่อว่า คนร้ายซึ่งก่อคดีทั้งสองน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม
ทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลากลางวัน ซึ่ง พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รองผบช.น. กำกับดูแลงานด้านป้องกันและปราบปราม ยอมรับกับทีมข่าวสายตรวจระวังภัยว่า ระยะนี้กำลังตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลส่วนใหญ่ ถูกนำไปใช้ในภารกิจด้านความมั่นคง กรณีการชุมนุมทางการเมือง ทำให้คนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุในคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ได้มากขึ้น
"ตำรวจจำนวนไม่น้อยถูกโยกไปปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง ทำให้คนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุได้ง่ายขึ้น ซึ่งได้พยายามแก้ไข โดยการจัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วขึ้นมาเพื่อปราบปรามคนร้ายก่อเหตุปล้นทรัพยหรือชิงทรัพย์เพิ่มเติมแล้ว โดยชุดเคลื่อนที่เร็วจะมีทั้งหมด 9 ชุด แบ่งตามกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 (บก.น.1-9) แต่ละชุดจะมีกำลัง 15 นาย เป็นตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม 12 นาย อีก 3 นาย มาจากฝ่ายสืบสวนสอบสวน ซึ่งตำรวจชุดนี้มีหน้าที่ในการตระเวนไปตามพื้นที่ต่างๆ ในความรับผิดชอบเพื่อสกัดกั้นไม่ให้คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ หรือเหตุอาชญากรรมอื่นๆ ได้" พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าว
สำหรับพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ห้วยขวาง พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ ยอมรับว่า ที่ผ่านมาเกิดเหตุอาชญากรรม ประเภท ลัก วิ่ง ชิง ปล้น อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งนอกเหนือจากชุดเคลื่อนที่เร็วของ บก.น.1 แล้ว ยังมอบหมายให้ชุดเคลื่อนที่เร็วของ บก.น.3 เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เพิ่มอีก 1 ชุด และให้มีการตั้งด่านตรวจความมั่นคงเพิ่มเพื่อควบคุมปัญหาอาชญากรรมให้ได้
"พื้นที่เสี่ยงส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เปลี่ยว แสงไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่ห้วยขวาง และปทุมวัน คนร้ายจะฉวยโอกาสก่อเหตุในช่วงหลังเที่ยงคืนถึงช่วงเช้ามืด แต่ระยะหลังหันมาก่อเหตุในเวลากลางวันมากขึ้น ซึ่งได้กำชับให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็วแล้ว และให้เน้นการตรวจสอบพื้นที่ที่เป็นแหล่งมั่วสุมต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบด้วย เพราะสถานที่เหล่านี้มักเป็นแหล่งบ่มเพาะของปัญหาอาชญากรรม" รองผบช.น. กล่าว
นอกจากตำรวจจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุได้แล้ว พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ ยังขอความร่วมมือไปยังประชาชน ให้ระมัดระวังตัวเอง โดยการไม่นำทรัพย์สินมีค่าติดตัวจำนวนมาก เมื่อต้องเดินทางผ่านที่เปลี่ยวให้ระมัดระวังตัวเองเป็นพิเศษ ให้สังเกตรอบข้างให้ถี่ถ้วน อย่ามัวแต่ใช้โทรศัพท์มือถือ หรืออาจจะให้บุคคลใกล้ชิดเดินทางมารับเพื่อความปลอดภัย และหากพบเห็นพื้นที่ไหนเสี่ยงเกิดเหตุอาชญากรรม อย่างเช่นซอยเปลี่ยว หรือแสงสว่างไม่เพียงพอ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ กทม. หรือแจ้งตำรวจในพื้นที่ ให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปเพิ่มแสงสว่างให้



