
ทุกข์ของ(ชาวนา)ยิ่งลักษณ์
ทุกข์ของ(ชาวนา)ยิ่งลักษณ์ : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl
นับวันการบริหารงานของรัฐบาลต้องพบกับปัญหารุมเร้าหลายด้าน โดยเฉพาะ "โครงการรับจำนำข้าว" กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้ "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี เคร่งเครียดมากกว่าการชุมนุมขับไล่ให้พ้นจากตำแหน่งรักษาการภายใต้การนำของ "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" (กปปส.)
เพราะโครงการรับจำนำข้าวถือเป็น "นโยบายหาเสียง" ของพรรคเพื่อไทยที่นำมาแถลงรับรู้กันโดยทั่วไปถือเป็นหนึ่งใน "หลักฐาน" เชิงประจักษ์เมื่อการบริหารงานเกิดความผิดพลาดขึ้นแล้วรัฐบาลยากจะปฏิเสธ
โดยเฉพาะ "น.ส.ยิ่งลักษณ์" ซึ่งเป็น "ผู้นำฝ่ายบริหาร" และมีตำแหน่งเป็น "ประธานคณะกรรมการนโยบายจำนำข้าวแห่งชาติ" ต้องตกเป็นจำเลยคนแรกที่ต้องรับผิดชอบเมื่อการบริหารงานเกิดความผิดพลาดขึ้น
ที่สำคัญไม่ได้สั่งระงับยับยั้งการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวทั้งที่ "คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ" (ป.ป.ช.) เคยทำหนังสือเตือนไปยังรัฐบาลถึง "ปัญหาและท้วงติง" เกี่ยวกับโครงการ
นอกจากนี้มีกลุ่มคนที่เคยให้การสนับสนุนรัฐบาล "ออกมาเตือน" เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว และหากรัฐบาลยังเดินหน้าต่อไปจะทำให้รัฐบาลมีปัญหา
การ "ละเลย" ของ "น.ส.ยิ่งลักษณ์" โดยไม่ระงับยับยั้งโครงการ แต่กลับปล่อยให้โครงการเดินหน้าต่ออาจทำให้ "น.ส.ยิ่งลักษณ์" มีมูลความผิดกรณีละเว้นต่อหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญาในมาตรา 157
ที่ระบุว่า "ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ"
ต่อให้ "น.ส.ยิ่งลักษณ์" เป็นหญิงแกร่งสักเพียงใดก็ย่อมมีความกังวล เพราะมีคดีตัวอย่างของพี่ชาย "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกศาลตัดสินจำคุกทุกวันนี้ต้องหลบลี้หนีคดีอยู่ต่างประเทศ
แต่กรณีของ "พี่ชาย" ภาระรับผิดชอบแนวหลังไม่ต้องห่วง ไม่ว่าจะเป็นภรรยาหรือลูกที่เติบโตกันหมดแล้ว แต่สำหรับกรณีของ "น.ส.ยิ่งลักษณ์" ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ดังนั้นการชุมนุมประท้วงเพื่อขับไล่ "น.ส.ยิ่งลักษณ์" ออกจากตำแหน่งรักษาการ สำหรับ "น.ส.ยิ่งลักษณ์" แล้วมองว่าเป็นเรื่องที่รบกวนจิตใจรองจากคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว โดยเฉพาะการไต่สวนครั้งนี้แต่งตั้ง "คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งชุด" เป็นองค์คณะไต่สวน "น.ส.ยิ่งลักษณ์" ถือว่าให้ความสำคัญกับคดีนี้อย่างมาก
ขณะที่ "บุญทรง เตริยาภิรมย์" อดีตรมว.พาณิชย์ และ "ภูมิ สาระผล" อดีต รมช.พาณิชย์ พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่งทั้งข้าราชการและภาคเอกชน 15 ราย ที่ถูกป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาคดีทุจริตขายข้าวในสต็อกของรัฐบาลแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับจีน หลังพบว่าไม่มีการซื้อขายข้าวแบบจีทูจี เพราะไม่พบการส่งข้าวออกนอกราชอาณาจักร ทาง "ป.ป.ช." นัดมาชี้แจงข้อกล่าวหาในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้
การออกมาชุมนุมของ "ชาวนา" เพื่อทวงเงินค่าข้าวจากรัฐบาลหลังจากนำข้าวเข้า "โครงการรับจำนำข้าว" ของรัฐบาลถูกมองเป็นเรื่องการเมืองโดยมองว่า "ชาวนา" กำลังเป็น "เครื่อมือทางการเมือง" โดยมี "กปปส." อยู่เบื้องหลัง
โดยลืมคิดไปว่าหลังจากการบริหารงานโครงการรับจำนำข้าวล้มเหลวทั้งที่เป็นนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยฐานเสียงส่วนใหญ่ก็คือ "ชาวนา"
ย่อมเสียความรู้สึกจากข้อกล่าวหาดังกล่าวเมื่อไม่ได้รับเงินจึงเป็นธรรมดาที่ต้องเดินทางมาชุมนุมเพื่อกดดันเพิ่มขึ้น
ดังนั้น "โครงการรับจำนำข้าว" จึงทำให้ขณะนี้มีคนเป็นทุกข์อย่างน้อย 2 ส่วน คือ "ชาวนา" และ "น.ส.ยิ่งลักษณ์"
คนส่วนที่หนึ่งคือ "ชาวนา" เป็นทุกข์ เพราะไม่ได้เงินจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ส่วนอีกคนคือ "น.ส.ยิ่งลักษณ์" เป็นทุกข์ เพราะกลัวต้องคดีจากโครงการรับจำนำข้าวเช่นเดียวกัน!
.......................................
(หมายเหตุ : ทุกข์ของ(ชาวนา)ยิ่งลักษณ์ : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl)



