
ใครคือท่อน้ำเลี้ยงตัวจริงของกปปส.
ใครคือท่อน้ำเลี้ยงตัวจริงของกปปส. : กระดานความคิด โดยพลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ http://www.oknation.net/blog/nunrimfar
สิ่งที่คนเรายิ่งได้มาก ก็ยิ่งรู้สึกขาดแคลนนั้น มีอยู่ 3 อย่าง คือ ความรัก, อำนาจ และเงิน ดังนั้น ในทุกประเทศจึงมีกติกาของสังคมที่ออกมาบังคับใช้กับข้าราชการ, นักการเมือง ให้มีความรับผิดชอบทั้งด้านจริยธรรม และทางด้านกฎหมาย มากกว่าประชาชนธรรมดา
สิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตมนุษย์ คือ การที่คนคนหนึ่งเกิดมาไม่เคยมีเพื่อนแท้เลยสักคนหนึ่ง ถ้าชีวิตคุณมีแต่คนยกยอปอปั้น เพื่อหลอกเอาแต่เงิน หรือเอาอะไรก็ได้ ไปจากคุณ ซึ่งบางทีคุณก็รู้ว่าเขาหลอกคุณ แต่ก็ต้องยอมให้เขาหลอก เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่คุณจะสามารถหาความสุขจากคนที่คุณสมมุติว่า "เขาเป็นเพื่อน" ได้ แต่การที่ปล่อยให้บุคคลเหล่านั้นไปทำอะไรต่ออะไรที่สร้างความทุกข์ หรือไปถึงขั้นทำลายประเทศชาติ ย่อมจะเกินเลยไปจากเรื่องการหาความสุขส่วนตัวมากเกินไป เพราะเกิดมาเป็นมนุษย์นั้น จะต้องมีความรู้สึกผิด ชอบ ชั่ว ดี กันทุกคน แต่ถ้าไม่มีความรู้สึกเหล่านี้แล้ว ก็อย่าเป็นมนุษย์เลย
ทั้ง 2 เรื่องนี้ จึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะที่เสมือนไร้กฎหมาย หรือ มีกฎหมาย แต่ใช้บังคับอย่างไม่เท่าเทียมกัน เพราะรัฐบาลนำเอา ตำรวจ, ดีเอสไอ และ อัยการบางคน มาใช้รักษาอำนาจ รักษาเงิน บ่อยครั้งเกินไป จนกลายเป็นเรื่องที่ปกปิดประชาชนไม่ได้ ทำให้ประชาชนถอยห่างออกจากรัฐบาลมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นถ้ารัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ปกครองอย่างที่เป็นรัฐบาลของประชาชนทั้งประเทศแล้ว แม้รัฐบาลจะทุจริตมากหน่อย ต่อให้มีสิบสุเทพก็ทำอะไรรัฐบาลไม่ได้แน่นอน จริงหรือไม่! เพราะคนไทยนั้น ทุจริตพอรับได้ แต่เรื่องความไม่เป็นธรรมคนไทยรับไม่ได้แน่นอน เพราะ "คนไทยเกลียดความไม่ยุติธรรมมากที่สุด"
วันเวลา และความทันสมัย ของเทคโนโลยี ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น ได้ทำให้โลกเราดูเสมือนวิ่งรอบตัวเร็วขึ้น ดังนั้น 100 กว่าวันที่ผ่านมา ของขบวนการประชาชนที่ออกมาต่อต้านรัฐบาลในนามของกลุ่ม กปปส., คปท. และ กลุ่มในสังกัดสันติอโศก จึงดูเสมือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่กระแสประชาชนก็ยังไม่ตก คนใหม่เกิดขึ้น เงินบริจาคก็มากขึ้นๆ ไม่มีหมด
การออกไปชุมนุมก็กลายเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งของประชาชนไปแล้ว ในขณะที่รัฐบาลทรุดโทรมไปเรื่อยๆ เรื่องที่เคยทำผิดพลาดไว้ปรากฏขึ้นมาให้ประชาชนเห็นมากขึ้นทุกๆ วัน ทั้งเรื่องเก่า และเรื่องใหม่ๆ เรื่องเหล่านั้นจะกลายเป็นเรื่องที่ดึงดูดประชาชนให้ออกมาชุมนุมมากขึ้นหรือเปล่า จึงเป็นการต่ออายุทำให้ กปปส.และพวก มีความมั่นคง และมีความถูกต้องมากขึ้นมาเรื่อยๆ
วันนี้ขบวนการประชาชนที่อยู่ภายใต้การนำของ กปปส.ก้าวออกมาไกลเกินกว่าจะยอมถอยหลังอีกแล้ว เพราะทุกคนเกิดความรู้สึกร่วมในการออกมาเป็นหุ้นส่วนกับ กปปส.มากกว่าการไปร่วมชุมนุมตามปกติ ดังนั้น กปปส.จึงแพ้ไม่เป็น แต่สิ่งเดียวที่ กปปส.จะต้องทำคือ ต้องต่อสู้กับสิ่งที่ต้องเผชิญหน้าอย่างมั่นคง และทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
รัฐบาลก็ยังไม่ยอมแพ้ แต่เมื่อรัฐบาลขาดความรู้สึกรับผิดชอบต่อสังคม การพ่ายแพ้ของรัฐบาลครั้งนี้จะหนักหนามาก แพ้แล้วจะลอยชายไปไหนไม่ได้ การแพ้อย่างต่อเนื่องของรัฐบาลนั้น แม้จะเปลี่ยน ผอ.ศรส.มาแล้วถึง 3 คนก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้อำนาจของ ศรส.หรือรัฐบาลมีเพิ่มมากขึ้นแต่อย่างใด แนวทางต่อสู้ของรัฐบาลจึงเหลือน้อยลงๆ เครือข่ายสนับสนุนรัฐบาลบางคนพยายามจะนำ "แนวทางรุนแรง" มาใช้ เพื่อทำให้เห็นว่า "การชุมนุมของ กปปส.นั้นไม่ได้ใช้แนวทางสันติจริง" แต่ใช้แนวทางนี้มาหลายครั้งแล้ว ก็ไม่ได้ผล เพราะประชาชนไม่กลัว แถมยังกลายเป็นตัวดึงดูดให้ทหารออกมาคุ้มครองประชาชนเพิ่มมากขึ้น
สุดท้ายแล้ว ประชาชนชนะแน่ครับ แทงหวยไว้ได้ล่วงหน้าเลย ฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลก็อย่าไปโทษอำมาตย์ ลองสำรวจดูบทบาทของนายกฯ, พวกที่ทำงานใน ศรส., ดีเอสไอ และตำรวจ รวมถึงพวกที่ออกมาเคลื่อนไหว "กดดันต่อสถาบันฯ" ก็พอจะรู้ว่า จริงๆ แล้วว่า รัฐบาล แพ้เพราะใคร
มองแค่นี้ก็พอรู้แล้วว่า กปปส.มีบุคคลที่สนับสนุนฝ่ายรัฐบาลอยู่มากมายที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงตัวจริง ไม่ต้องไปหาที่ไหนหาพวกเดียวกัน สรุปแล้ว ท่อน้ำเลี้ยงของ กปปส.และเครือข่ายของรัฐบาลก็คือ คนกลุ่มเดียวกัน



