
แก๊งลักวัตถุโบราณอาละวาดตระเวนโจรกรรมพระตามใบสั่ง
แก๊งลักวัตถุโบราณอาละวาดตระเวนโจรกรรมพระตามใบสั่ง : สายตรวจระวังภัย โดยกรกมล อักษรเดช / มงคล คมปราด
ขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองอยู่ในช่วงชุลมุนวุ่นวาย ตำรวจจำนวนมากจากทั่วประเทศถูกระดมกำลังผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาปฏิบัติภารกิจควบคุมมวลชนในกรุงเทพมหานคร ทำให้กำลังของตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่มีจำนวนน้อย เป็นโอกาสให้ขโมยขโจรฉวยจังหวะก่อเหตุอาชญากรรม โดยเฉพาะคดีลักทรัพย์ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนทั่วไปอย่างยิ่ง ล่าสุดแก๊งลักพระตามใบสั่งกลับมาอาละวาดก่อเหตุโจรกรรมพระพุทธรูปบูชาโบราณอีกครั้ง หลังห่างหายไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง
โดยเมื่อเร็วๆ นี้ พระพุทธรูปปางห้ามแก่นจันทร์ ขนาดความสูง 2 เมตร และพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดความกว้างฐาน 90 เซนติเมตร สูง 1 เมตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ถูกคนร้ายโจรกรรมไปจากอุโบสถ วัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์) ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำสะแกกรัง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี การก่อเหตุของคนร้ายครั้งนี้ได้ขโมยตู้บริจาคซึ่งมีเงินสดอยู่ภายในจำนวนมากติดไม้ติดมือไปด้วย
หลังเกิดเหตุตำรวจได้ออกติดตามหาเบาะแสคนร้าย โดยตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี ปรากฏว่าที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพชายฉกรรจ์เกือบ 10 คน ใช้รถจักรยานยนต์ลากรถเข็นของที่มีใช้ในวัดอุโปสถาราม และรถกระบะอีกคัน บรรทุกพระพุทธรูปเก่าแก่ และทรัพย์สินอื่นของวัดไป ต่อมาตำรวจสามารถตรวจยึดรถเข็นคันดังกล่าวได้ในพื้นที่ สภ.หางน้ำสาคร ซึ่งห่างจากวัดที่เกิดเหตุออกไปประมาณ 36 กิโลเมตร
พล.ต.ต.ชัชวาลย์ วชิรปาณีกูล ผบก.ภ.จ.อุทัยธานี เปิดเผยว่า คนร้ายกลุ่มนี้น่าจะเป็นมืออาชีพ มีการทำงานเป็นขบวนการ ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถขนย้ายพระพุทธรูปขนาดใหญ่ถึง 2 องค์ ออกจากวัดได้ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นแก๊งลักวัตถุโบราณตามใบสั่ง
"คนร้ายน่าจะเป็นแก๊งลักพระตามใบสั่ง เชื่อว่าน่าจะขโมยพระไปเก็บไว้ในพื้นที่ป่า หรืออาจนำไปซ่อนไว้ใต้ผิวน้ำในแม่น้ำสะแกกรัง เพื่อรอส่งมอบให้เครือข่ายขบวนการค้าวัตถุโบราณ และคาดว่าอาจจะถูกส่งต่อไปจำหน่ายในต่างประเทศ ทั้งนี้จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า ระหว่างที่คนร้ายเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปปางห้ามแก่นจันทร์น่าจะมีรอยถลอกที่องค์พระ ดังนั้นหากใครพบเห็นตำหนิดังกล่าวให้แจ้งเบาะแสให้ตำรวจทราบทันที ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1685-8585 หรือ 0-5650-3100 มีรางวัลนำจับให้ 5 ปฃหมื่นบาท" พล.ต.ต.ชัชวาลย์ กล่าว
ขณะที่ นางพะเยาว์ จอมทอง อายุ 61 ปี ซึ่งเดินทางมากราบนมัสการพระพุทธรูปปางห้ามแก่นจันทร์อยู่เป็นประจำ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่พระพุทธรูปเก่าแก่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจและความศรัทธาของชาวจังหวัดอุทัยธานี ถูกโจรใจบาปโจรกรรมไป อยากให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้าย และติดตามพระพุทธรูปกลับคืนวัดโดยเร็ว
ทั้งนี้ นอกจากวัดอุโปสถารามแล้ว ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน คนร้ายยังลักลอบเข้าไปโจรกรรมพระพุทธรูปเก่าแก่ รวมถึงทรัพย์สินมีค่าอื่นภายในวัดอีก 4 แห่ง ใน จ.อุทัยธานี ได้แก่ วัดหนองบัว วัดกระทง วัดราษฎร์บำรุง และวัดบ่อแร่ โดยตำรวจเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน จึงเตือนให้วัดทุกแห่ง รวมถึงประชาชนทุกคนในพื้นที่ ช่วยกันสอดส่องบุคคลที่เข้ามาในวัด หากพบพฤติการณ์น่าสงสัยให้แจ้งตำรวจเพื่อตรวจสอบทันที
..............................
(หมายเหตุ : แก๊งลักวัตถุโบราณอาละวาดตระเวนโจรกรรมพระตามใบสั่ง : สายตรวจระวังภัย โดยกรกมล อักษรเดช / มงคล คมปราด)



