คอลัมนิสต์

รัฐบาลต้องเร่งปลดภาระชาวนา

รัฐบาลต้องเร่งปลดภาระชาวนา

06 ก.พ. 2557

รัฐบาลต้องเร่งปลดภาระชาวนา : บทบรรณาธิการประจำวันที่6ก.พ.2557

            ชาวนาราชบุรีและกลุ่มเกษตรกรภาคตะวันตก ยังคงปักหลักชุมนุมปิดถนนพระรามที่ 2 บริเวณแยกวังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ต่อเนื่องกันมาหลายวันเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลนำเงินมาจ่ายค่าข้าวที่เข้าโครงการรับจำนำ ซึ่งที่ผ่านมา 3-4 เดือนยังไม่มีความชัดเจนจากทางรัฐบาลว่าจะเอาเงิน 1.3 แสนล้านบาทจากแหล่งไหนมาจ่ายค่าใบประทวนที่พวกเขาถือไว้ในมือ ไม่เพียงจะทำให้การจราจรขึ้น-ล่องใต้เท่านั้นที่เป็นอัมพาต แต่การประท้วงได้ลุกลามไปยังกลุ่มเกษตรกรชาวนาในหลายพื้นที่โดยเฉพาะชาวนากลุ่ม 5 จังหวัดภาคเหนือ ก็ได้มีมาตรการปิดถนนสายเอเชียบริเวณ จ.พิจิตร กดดันรัฐบาลคู่ขนานไปอีกทางหนึ่ง พร้อมทั้งได้จัดให้มีการลงทะเบียนพร้อมยื่นเอกสารสำเนาบัตรประชาชนเพื่อเป็นหลักฐานในการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย
 
            โครงการรับจำนำข้าวตันละ 15,000 บาท กลายเป็นทุกขลาภให้แก่ชาวนาไทยไปแล้ว หลังจากที่รัฐบาลประกาศสร้างความร่ำรวยให้แก่เกษตรกรชาวนาไทยตามโครงการประชานิยม ถึงแม้จะมีการติติงจากหลายภาคส่วนแต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาลที่มองว่าชาวนาไทยมีฐานะยากจน แต่ข้อเท็จจริงแล้วไม่ทั้งหมดเสียทีเดียว เพราะชาวนาที่ยากจน ส่วนหนึ่งเพราะผลิตข้าวได้น้อย เนื่องจากอยู่นอกระบบชลประทาน ทำนาได้ปีละ 6 เดือนตามฤดูกาล ส่วนอีก 6 เดือน ก็มีรายได้จากอาชีพอื่นๆ ขณะที่ชาวนาที่มีรายได้จากการทำนาทั้งปี ถือเป็นชาวนาที่ร่ำรวย ซึ่งมีอยู่ประมาณร้อยละ 20 ของชาวนาทั้งประเทศ แต่ผลิตข้าวได้ถึงร้อยละ 42 ของจำนวนข้าวทั้งหมด จึงเชื่อว่าชาวนาที่ยากจนแทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากโครงการ

            ตลอด 2 ปีของโครงการรับจำนำข้าวกลับกลายเป็นเป็นช่องทางทำมาหากินของกลุ่มการเมืองหาเงินเข้ากระเป๋าได้มาก โดยโครงการนี้สร้างรายได้ให้แก่คนแค่ไม่กี่คน และไม่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนให้ชาวนาได้อย่างยั่งยืน นอกจากนั้นยังกระทบกระเทือนต่อการค้าข้าวทั้งระบบ เว็บไซต์วงการธุรกิจค้าข้าวโลก รายงานอ้างกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ระบุ ไทยต้องสูญเสียสถานะผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2555 สาเหตุจากราคาที่สูงเกินจริงเหนือกว่าราคาตลาดถึงราวร้อยละ 40-50 อันเป็นผลมาจากโครงการรับจำนำข้าว ด้วยสภาวะเงินขาดมือเป็นผลให้รัฐบาลตัดสินใจไม่ขยายเวลาโครงการรับจำนำออกไปจากที่ฤดูกาลผลิตปี 2013/14 จะสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์

            ปัญหาการคอร์รัปชั่น การขาดเงินทุน และความยุ่งเหยิงทางการเมือง กำลังกลายเป็นความท้าทายใหญ่หลวงต่อภาคอุตสาหกรรมข้าวในไทย มีผู้มีสิทธิออกเสียงแค่ราวๆ 45.8 เปอร์เซ็นต์ที่ออกไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ขณะที่การประท้วงให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งซึ่งในนั้นรวมไปถึงชาวนาหลายหมื่นคนที่ผิดหวังต่อการจ่ายเงินล่าช้าภายใต้โครงการรับจำนำข้าว พากันปิดกั้นหน่วยเลือกตั้งในบางพื้นที่ของประเทศ ดังนั้นทางคณะกรรมการการเลือกตั้งอาจต้องสั่งเลือกตั้งใหม่ภายใน 180 วัน นั่นหมายความว่าชาวนาและผู้ส่งออกอาจต้องทุกข์ทรมานไปอย่างน้อยๆ ก็อีกครึ่งปี ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหา กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งปิดบัญชีการรับจำนำข้าว ไม่เช่นนั้นจะเป็นการตอกย้ำความล้มเหลวในโครงการประชานิยมนี้อย่างมิอาจหลีกเลี่ยง

...........

(หมายเหตุ : รัฐบาลต้องเร่งปลดภาระชาวนา : บทบรรณาธิการประจำวันที่6ก.พ.2557)