คอลัมนิสต์

การตีความต้องแก้ปัญหา

การตีความต้องแก้ปัญหา

05 ก.พ. 2557

การตีความต้องแก้ปัญหา : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl

              หลายฝ่ายแสดงความกังวลกับการจัดการเลือกตั้งส.ส.ครั้งประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเกิดปัญหาในลักษณะนี้มาก่อน โดยเฉพาะประเด็น 28 เขต ในภาคใต้ไม่มีผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขต หากจะจัดการเลือกตั้งใหม่จะเป็นโมฆะหรือไม่

              เรื่องนี้เป็นข้อถกเถียงกันในหมู่คอการเมืองและนักกฎหมาย เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 ที่ระบุถึง การกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้มีพระราชกฤษฎีกาฯ (พ.ร.ฎ.) กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปเป็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557

              จึงมีคำถามว่า 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัครส.ส.เขตหากจะเปิดรับสมัครส.ส.อีกครั้งต้องออกเป็น พ.ร.ฎ.หรือออกเป็นประกาศของ กกต.หากออก พ.ร.ฎ.จะต้องเสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อทูลเกล้าฯ เพราะ กกต.ไม่มีอำนาจเสนอพ.ร.ฎ. เพราะกกต.มีหน้าที่จัดเลือกตั้งเท่านั้น แต่จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่เป็นคำถามที่ตามมา

              ซึ่งในประเด็นนี้ "รศ.ดร.โคทม อารียา" ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฝ่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้แสดงความคิดเห็นว่าการตีความกฎหมายต้องแก้ปัญหาอย่าสร้างปัญหา เพราะจะทำให้ไม่มีทางปฏิบัติ และการที่รัฐธรรมนูญมาตรา 108 ระบุว่าการยุบสภาให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา ต้องกำหนดวันเลือกตั้งส.ส.ใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปเป็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ซึ่งได้จัดการเลือกตั้งไปแล้ว การเลือกตั้งทั่วไปต้องแยกการเลือกตั้งมีหลายกรณี เช่น การเลือกตั้งเฉพาะเหตุจำเป็น, การเลือกตั้งล่วงหน้า, การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร, การเลือกตั้งซ่อมกรณีมีใบเหลือง-ใบแดง, เลือกตั้งใหม่กรณีมีการทุจริตเลือกตั้ง

              "การตีความกฎหมายต้องตีความให้ปฏิบัติได้ อย่าให้เป็นปัญหาจนไม่มีทางออก กรณี 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัครส.ส.เขตให้ กกต.ออกเป็นประกาศเลือกตั้งใหม่เฉพาะเหตุจำเป็นไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งตามเวลาที่ประกาศครั้งแรก"

              การจัดการเลือกตั้ง "รศ.ดร.โคทม" เห็นว่า กกต.สามารถออกประกาศกำหนดวันรับสมัคร หรือกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งได้เลยโดยระบุถึงสาเหตุที่ต้องรับสมัครใหม่ หรือลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ เพราะมีเหตุจำเป็นอะไร

              "กกต.สามารถออกประกาศสาเหตุที่ต้องรับสมัครใหม่ หรือลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ด้วยเหตุที่ต่างกัน เช่น บัตรเลือกตั้งไม่ไปถึงเขตพื้นที่จัดการเลือกตั้งเนื่องจากภัยธรรมชาติ ทำให้ไม่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งได้ หรือบัตรเลือกตั้งถูกบล็อกไว้ประชาชนไม่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งได้ ไม่ต้องออกเป็นพ.ร.ฎ.เพราะรัฐบาลเป็นพรรคการเมืองหนึ่งมีส่วนได้เสีย กกต.ออกเป็นประกาศกำหนดวันรับสมัคร วันลงคะแนนเลือกตั้งได้เลย" อดีต กกต. กล่าว

              ส่วนที่มีการอ้างถึงรัฐธรรมนูญมาตรา 127 ภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้งส.ส.ให้เรียกประชุมรัฐสภา เพื่อจะให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172  แสดงว่ารัฐบาลรักษาการจะรักษาการแค่วันที่ 1 เมษายนนั้น "รศ.ดร.โคทม" มองว่า ข้อกฎหมายดังกล่าวเป็นมาตรการเร่งรัดให้ กกต.จัดการเลือกตั้งให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้มีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศโดยเร็ว เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่

              "การกดดันเพื่อให้มีรัฐบาลและสภาประชาชน ทำไม่ได้ เพราะไม่ได้มีเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ อำนาจนิติบัญญัติต้องผ่านทางรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญถ้าอยากได้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องให้ส.ส., ส.ว.ไปแก้รัฐธรรมนูญ" รศ.ดร.โคทม กล่าวปิดท้ายคำถามทางออก หาก กกต.ไม่สามารถการจัดการเลือกตั้งให้มีส.ส.ได้ครบตามจำนวนเพื่อเปิดประชุมสภาได้

.........

(หมายเหตุ : การตีความต้องแก้ปัญหา : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl)