
อินไซด์ตำรวจ:ประจำวันที่5ก.พ.2557
อินไซด์ตำรวจ:ประจำวันที่5ก.พ.2557
** ข้อยุติเหตุปะทะบริเวณแยกหลักสี่ "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ในฐานะกรรมการ ศรส. แถลงวิถีกระสุนมาจากทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายต่อต้าน ** มีความเป็นกลางชัดเจนตรงกันข้ามกับการแถลงของ "พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์" รองผบช.น. แถลงสรุปอ้างทำนองว่า การตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่องรอยกระสุนจำนวนมาก โดย "ปลอกกระสุน" พบในแนวของกลุ่ม "กปปส." แต่ไม่พบปลอกกระสุนบริเวณ "ผู้คัดค้าน" การชุมนุม
** ตั้งข้อสงสัยเหตุใด "โฆษก บช.น." กระเหี้ยนกระหือรือเร่งรีบแจ้งต่อสาธารณชนทั้งที่ความชัดเจนยังไม่มี เป็นการ "กล่าวหา" ฝ่ายเดียว หลังจากดูแค่รูปถ่ายและภาพเคลื่อนไหวเพียงเท่านั้น ** อย่าลืมเปิดตำรากฎหมาย "ป.วิ อาญา" ทบทวนให้เข้าใจและท่องให้ขึ้นใจว่า "มาตรา 131" บัญญัติไว้ว่า "พนักงานสอบสวน" มีหน้าที่รวบรวม "พยานหลักฐาน" ทุกชนิดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ได้ "ข้อเท็จจริง" และพฤติการณ์ต่างๆ อันเกี่ยวกับความผิด เพื่อจะรู้ตัวผู้กระทำผิดและพิสูจน์ให้เห็นความผิด หรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา
** ประเด็นสำคัญผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ต้องมีความ "เป็นกลาง" ไม่เอนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง เพราะอาจถูกมองในแง่ลบ โดยเฉพาะห้วงเวลาแตกแยกทางความคิด ** ทำหน้าที่กระบอกเสียงของหน่วยงานได้ดี "พ.อ.วินธัย สุวารี" รองโฆษกกองทัพบก วอนอย่าสรุปเหตุปะทะเพราะสอบถาม "ประชาชน" และทหารระบุชัดเจนมีการใช้อาวุธทั้งสองฝั่ง ต้องพิสูจน์ความเชื่อมโยงอย่าเพิ่งกล่าวโทษกันไปมาจะเป็นการขยายเพิ่มเติมความขัดแย้ง "คมชัดลึก" ชื่นชมปรบมือให้ในความคิดที่ถูกต้องไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ** ออกตัวแรงทำได้จริงหรือไม่ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" รักษาการ รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. เริ่มใช้กฎหมายใครทำผิดจับกุมหมด แต่น่าแปลกใจคำให้สัมภาษณ์ประเด็น "รถขนอาวุธ" มาที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นคันเดียวกับที่หลักสี่ "อย่ามาเลย" ระวังถูกจับ ** น่าแปลกใจคำบอกเล่าของ "บิ๊กเฉลิม" ไม่อยากคาดเดาว่าต้องการบ่งบอกถึงอะไร แต่อย่าละเว้นควรเร่งรวบรวมหลักฐานล่า "เฮียหงอก" ผู้ครอบครองรถถือว่าเป็น "ผู้สนับสนุน" มาสอบสวนจะได้รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด **



