
เตือนภัย!'เหลี่ยมโจร'หลอก'คืนเงินค่าภาษี
เตือนภัย!'เหลี่ยมโจร'หลอก'คืนเงินค่าภาษี : สายตรวจระวังภัย โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ
ในช่วงระหว่างวันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม กรมสรรพากรกำหนดให้ประชาชนผู้มีรายได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91) เพื่อขอคืนภาษีส่วนเกินที่จ่ายไป ซึ่งหลายปีที่ผ่านมามีกลุ่มมิจฉาชีพอาศัยช่องทางดังกล่าวหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินให้ มีประชาชนตกเป็นเหยื่อมาแล้วจำนวนมาก
ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย มีการแจ้งเตือนประชาชนเป็นระยะ ล่าสุดมีการแจ้งเตือนผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ระบุข้อความว่า "คืนเงินค่าภาษี" มุกนี้ควรระวัง มิจฉาชีพมักใช้มุกนี้ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากรโทรแจ้งว่า ได้รับคืนภาษีเงินได้ และวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะทำเรื่องคืนเงิน จึงติดต่อมาให้เหยื่อทำเรื่องขอเงินคืนผ่านตู้เอทีเอ็มตามคำสั่งทันที แต่ความจริงแล้วเป็นการโอนเงินให้มิจฉาชีพ
ทีมข่าวสายตรวจระวังภัย ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว กระทั่งทราบจากเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรว่า มีหลายครั้งที่มิจฉาชีพหลอกเหยื่อว่าจะคืนเงินทางตู้เอทีเอ็ม โดยอ้างว่าเป็นวันสุดท้ายในการคืนภาษี กรมสรรพากรจึงต้องประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนมาเป็นระยะ ทั้งนี้อยากให้ประชาชนระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนจะยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากันมาก
"ปกติการคืนเงินภาษี กรมสรรพากรไม่มีนโยบายที่จะโทรศัพท์ติดต่อประชาชนผู้ยื่นเรื่องภาษี เว้นแต่จะสอบถามในรายละเอียด หรือขอหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายการลดหย่อนภาษีที่ผู้เสียภาษียื่นเพิ่มเติมมา ซึ่งจะให้ส่งหลักฐานเหล่านั้นเพิ่มทางแฟกซ์ หรือ อีเมล เท่านั้น จะไม่มีการทำรายการใดๆ ผ่านระบบของตู้เอทีเอ็มอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับการคืนเงินภาษี กรมสรรพากรจะคืนเงินเป็นเช็ค และส่งให้ผู้ยื่นผ่านไปรษณีย์เท่านั้น" เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ให้ข้อมูล
ด้าน พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย ผกก.5 บก.ปอศ. ให้ข้อมูลว่า กลุ่มมิจฉาชีพมักใช้วิธีการหลอกลวงประชาชนไม่แตกต่างจากเดิม ซึ่งในช่วงระยะเวลานี้การอ้างคืนเงินภาษีจะเกิดขึ้นบ่อย เพราะอยู่ในช่วงที่กรมสรรพากรให้ประชาชนยื่นขอคืนเงินภาษี อยากเตือนให้ประชาชนระมัดระวัง หากมีโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยโทรเข้ามาหาแล้วอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง อย่าได้หลงเชื่อ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของต้นสายให้ชัดเจน และอย่าโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มหรือวิธีการอื่นใดอย่างเด็ดขาด เนื่องจากไม่มีหน่วยงานราชการใดที่จะติดต่อเกี่ยวกับเรื่องการเงินผ่านทางโทรศัพท์ หรือให้ทำรายการใดๆ ผ่านระบบของตู้เอทีเอ็ม
"ไม่มีหน่วยงานของรัฐใดที่จะใช้วิธีการโทรศัพท์ติดต่อประชาชนเพื่อแจ้งจะคืนเงินแล้วให้ทำรายการผ่านตู้เอทีเอ็ม ใครเจอเหตุการณ์เช่นนี้คิดได้เลยว่าโดนหลอก หากพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้ให้แจ้งความร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ หรือแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ" พ.ต.อ.สถิตย์ กล่าว
............
(หมายเหตุ : เตือนภัย!'เหลี่ยมโจร'หลอก'คืนเงินค่าภาษี : สายตรวจระวังภัย โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)



