
ศรส.หวั่นทหารใช้'อัยการศึก'กระชับอำนาจ
ศรส.จับตาทหารหลังเลือกตั้งเลือด หวั่นใช้'อัยการศึก'กระชับอำนาจ : ตะลุยกองทัพ ทีมข่าวความมั่นคง
ข้อเรียกร้องให้ทหาร 3 เหล่าทัพเข้ามาดูแลความปลอดภัยแก่กลุ่มผู้ชุมนุมของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ในห้วงที่สถานการณ์ใกล้ถึงจุดเดือด ถูกจับตามองอย่างมากว่า ทหารจะออกมาตามคำเรียกร้องหรือไม่
วงในศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) มองปฏิกิริยาดังกล่าวว่า คำพูดของนายสุเทพถือว่ามีน้ำหนักพอสมควร เนื่องจากสอดคล้องกับคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ออกมาพูดก่อนหน้านี้ว่า หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ความรุนแรงได้ ทหารก็จำเป็นต้องออกมาแก้ไขสถานการณ์เอง
"ขณะนี้รัฐบาลมองว่า หากเกิดสถานการณ์จลาจลนองเลือดขึ้น ทหารอาจตัดสินใจใช้ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก ซึ่งในมาตรา 4 ระบุว่า เมื่อมีสงครามหรือจลาจลขึ้น ณ แห่งใด ทหารระดับผู้บังคับกองพันขึ้นไปมีอำนาจประกาศกฎอัยการศึกได้ ซึ่งอาจเป็นการเปิดช่องให้ทหารเข้ามาควบคุมสถานการณ์ และยึดอำนาจได้" วงใน ศรส.เผยถึงข้อกังวลของรัฐบาล
วงใน ศรส.ระบุว่า หากมีการใช้กฎอัยการศึก อำนาจจะอยู่ในมือทหารแทนพลเรือนทันที ซึ่งแม้ในกฎหมายระบุว่า หากใช้แล้วให้รีบรายงานนายกฯ โดยเร็วที่สุด แต่เมื่อถึงสถานการณ์ตรงนั้นอะไรก็สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
เขาเผยว่า หลังเกิดเหตุยิงแกนนำผู้ชุมนุมที่วัดศรีเอี่ยม นายสุเทพได้ต่อสายคุยกับ ผบ.เหล่าทัพ เพื่อขอกำลังทหารมาดูแลความปลอดภัยแก่กลุ่ม กปปส. เพราะห่วงว่าจะเกิดเหตุจลาจลขึ้น แต่เหล่าทัพได้ปฏิเสธ เพราะมองว่า สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นนั้น หากนำกำลังออกไปจะถูกเข้าใจผิด
"ยอมรับว่า รัฐบาลก็ไม่ไว้ใจกองทัพเต็มที่ จึงใช้ตำรวจควบคุมสถานการณ์ และมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลรับปากกองทัพว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะไม่มีการใช้กำลังปราบปรามประชาชน แต่ถ้ามีการผิดเงื่อนไขเมื่อไหร่ ทหารก็พร้อมที่จะออกมาทุกเมื่อ" วงในศรส.วิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ทางการเมือง
ขณะที่แหล่งข่าวความมั่นคงมองว่า การปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งของ กปปส.ถือเป็นการสูญเสียในเชิงยุทธศาสตร์การต่อสู้ เพราะสื่อต่างชาติประโคมข่าวเยอะมาก โดยระบุว่า เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง
"การเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. แม้จะมีคนเห็นด้วยเยอะ แต่ถ้าเทียบกับคนที่ออกไปใช้สิทธิ์ก็ถือว่ามีเยอะเหมือนกัน และมีความพยายามทำให้ภาพการเคลื่อนไหวของ กปปส.เป็นการเรียกร้องที่อยากให้คนกลุ่มใหญ่เปลี่ยนแปลงไปตามที่คนกลุ่มน้อยเรียกร้อง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาประเด็นทางยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนอยู่พอสมควร"
แหล่งข่าวความมั่นคงคนเดิมระบุเพิ่มเติมว่า ในบางจังหวัดที่กลุ่ม กปปส.เคลื่อนไหว แต่ไม่ได้เข้าไปขัดขวางการเลือกตั้ง เพียงแต่มีการรณรงค์กันที่หน้าเขตไม่ให้ไปเลือกตั้ง เรื่องนี้นานาชาติสามารถยอมได้ แต่การไปขัดขวางการใช้สิทธิ์ทำให้ยุทธศาสตร์ของ กปปส.ดูไม่ดี
"การกระทำลักษณะดังกล่าวของกลุ่ม กปปส.ทำให้รัฐบาลได้เปรียบในเรื่องความชอบธรรม และถ้าวันที่ 2 กุมภาพันธ์ มีคนออกมาใช้สิทธิ์เยอะจะทำให้กลุ่ม กปปส.ลำบาก แต่การที่รัฐบาลเล่นเกมขอพื้นที่คืนจากกลุ่ม กปปส.ก่อนการเลือกตั้งมาก็ทำให้ภาพออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะถูกมองว่าเป็นการยั่วยุทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงขึ้นได้"
แหล่งข่าวความมั่นคงชี้ว่า ขณะนี้เป็นเกมการ "ยื้อ" ของทั้ง 2 ฝ่าย โดยใช้การเลือกตั้งวันที่ 2 เป็นเกมท้าชนกัน ซึ่งมองเกมแล้ว รัฐบาลคงไม่เลื่อนเลือกตั้ง และกลุ่ม กปปส.คงพยายามทุกอย่างไม่ให้มีการเลือกตั้ง
เขามองว่า สถานการณ์ ณ วันนี้ยากที่จะหักกันลง โดยรัฐบาลยังได้เปรียบเรื่องความชอบธรรมผ่านการเลือกตั้ง ยกเว้นจะเกิดจุดหักเห เช่น เกิดเหตุจลาจลนองเลือดจนนำไปสู่การ "รัฐประหาร" เท่านั้น
"จุดยืนของกองทัพต้องสงวนท่าที การจะทำอะไรต้องทำทางลับเพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมให้ 2 ฝั่งหาทางออกให้ได้ และต้องหาทางลงให้ฝ่ายที่เสียหน้าด้วย ถ้าไปเข้ากับฝ่ายใดจะทำให้เหตุการณ์บานปลายได้" แหล่งข่าวความมั่นคงย้ำจุดยืนของกองทัพ
..............
(หมายเหตุ : ศรส.จับตาทหารหลังเลือกตั้งเลือด หวั่นใช้'อัยการศึก'กระชับอำนาจ : ตะลุยกองทัพ ทีมข่าวความมั่นคง)



