คอลัมนิสต์

สร้างรุนแรงยิ่งเพิ่มรุนแรง

สร้างรุนแรงยิ่งเพิ่มรุนแรง

30 ม.ค. 2557

สร้างรุนแรงยิ่งเพิ่มรุนแรง : บทบรรณาธิการประจำวันที่30ม.ค.2557

            เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่รัฐบาลรักษาการและเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ หรือดูแลป้องกันให้เกิดความปลอดภัยได้ นับตั้งแต่ปาระเบิดถนนบรรทัดทองมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และเหตุปะทะหน้าวัดศรีเอี่ยม บางนา ที่มีการใช้อาวุธปืนยิงจนมีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่งและเสียชีวิตอีก 1 ราย และล่าสุดก็เกิดเหตุยิงกันอีกที่หน้าสโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต ยังไม่นับรวมการก่อเหตุร้ายรายวันในช่วงกลางดึกทั้งกราดยิงและปาระเบิดตามจุดตั้งเวทีของกลุ่มผู้ชุมนุม จนมาถึงการใช้อาวุธสงคราม เอ็ม 79 ยิงเข้าใส่บริเวณแยกลาดพร้าว เหตุเหล่านี้ทำให้เกิดปมคำถามว่ากลุ่มที่ลงมือกระทำอุกอาจเป็นฝ่ายใดและโยงใยกับอำนาจรัฐหรือเปล่า แม้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐพยายามชี้แจงแต่ก็ยังไม่หมดความสงสัย

            นอกจากนี้ ท่าทีของรัฐบาลก็แข็งกร้าวดูประหนึ่งเมินเฉยต่อเหตุที่เกิดขึ้นรายวัน โดยผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ออกมาพูดถึงสถานการณ์ในช่วงที่จะถึงวันเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ ว่า จะมีเหตุยิงกันอีกด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ 1.คนเดือดร้อนจากการที่กลุ่ม กปปส.ขัดขวางการเลือกตั้ง 2.กปปส.ไม่ได้ชุมนุมตามกรอบของรัฐธรรมนูญ และ 3.การชุมนุมปิดสะพานพระราม 8 ทำให้ประชาชนที่สัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อน และสำทับว่าถ้ายังไม่เลิกปิดถนนคิดว่าอีกไม่เกิน 7 วันโดนแน่เพราะคนอึดอัด และไม่เพียงเท่านี้แม้แต่ในโลกออนไลน์ก็เกิดสงครามข่าวสารในโซเชียลเน็ตเวิร์ก มีการแชร์และโพสต์รูปภาพตลอดจนหลักฐานต่างๆ ที่มีทั้งจริงและเท็จ เพื่อปลุกกระแสความเกลียดชัง จนทำให้ผู้รับข่าวสารจับต้นชนปลายไม่ถูก รู้แต่ว่าความขัดแย้งรุนแรงเหลือเกิน

            การก่อเหตุรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตแทบจะรายวัน โดยรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถดูแลอะไรได้ ทำให้ทหารต้องออกมาช่วยในสถานการณ์ฉุกเฉินยามนี้ โดยปรับการวางกำลังทหารให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น เน้นลักษณะแรกเป็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่และประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย จัดตั้งจุดตรวจเพื่อความมั่นคง จัดชุดสายตรวจลาดตระเวนรอบพื้นที่การชุมนุมเพื่อป้องปรามการก่อเหตุร้ายและเข้าแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้น และเตรียมกำลังเสริมเคลื่อนที่เร็วเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่วิกฤติ ส่วนงานอีกด้านคือการช่วยเหลือประชาชน บริการด้านการแพทย์ และจัดชุดปฏิบัติการจิตวิทยาไว้ปฏิบัติกรณีมีการเผชิญหน้าเพื่อลดทอนความรู้สึกที่ร้อนแรง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในห้วงวิกฤติของประเทศ

            แม้ความรุนแรงจะเกิดขึ้นรายวัน เพื่อสร้างให้เกิดภาวะหวาดกลัวและสกัดมวลชนเข้าร่วมชุมนุม แต่กลุ่มมวลมหาประชาชนก็ยังมุ่งมั่นเดินตามแนวทางที่ต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง เพื่อกอบกู้ประเทศจากปัญหาที่บ่อนทำลายชาติ ทั้งเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น การออกกฎหมายเอื้อประโยชน์พวกพ้อง การครอบงำพรรคการเมืองและรัฐสภา แต่ในสภาพการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรอมชอม การสร้างสถานการณ์รุนแรงจากฝ่ายใดก็ตามจะยิ่งเพิ่มความเกลียดชังและความรุนแรงทวีคูณขึ้น ดังนั้นทุกฝ่ายต้องตระหนักว่าคนไทยไม่ควรฆ่ากันเอง เพียงแค่คิดเห็นต่างทางการเมืองและการแบ่งแยกกลุ่มสี เพราะเบื้องหลังการสร้างความรุนแรงเพียงต้องการเอาชนะทางการเมืองให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐและผลประโยชน์ โดยไม่สนใจชีวิตประชาชนที่สูญเสียไป

------------------------------

(หมายเหตุ : สร้างรุนแรงยิ่งเพิ่มรุนแรง : บทบรรณาธิการประจำวันที่30ม.ค.2557)