คอลัมนิสต์

'โคทม'หนุนเลือกตั้ง2ก.พ.ไม่รุนแรง

'โคทม'หนุนเลือกตั้ง2ก.พ.ไม่รุนแรง

29 ม.ค. 2557

'โคทม'มองโลกสวย หนุนเลือกตั้ง2ก.พ.ไม่รุนแรง : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl

            สรุปแล้วว่าในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ยังคงมีการเลือกตั้งทั่วไปตามกำหนดในพระราชกฤษฎีกา

            หลังการหารือร่วมกันระหว่าง "รัฐบาล" นำโดย "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี กับ "คณะกรรมการการเลือกตั้ง" (กกต.) รัฐบาลได้เสนอให้ กกต.ดำเนินการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ต่อไป ส่วนพื้นที่หรือหน่วยเลือกตั้งที่มีปัญหาก็จะกำหนดวันเลือกตั้งใหม่

            ดังนั้น จึงต้องติดตามดูว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงเหมือนกับวันเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมาหรือไม่

            ในมุมมองของ "รศ.ดร.โคทม อารียา" ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะอดีตกรรมการการเลือกตั้ง ฝ่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน ก็เห็นด้วยกับการเดินหน้าเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ เพราะมองว่าจะเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหา แม้ว่าการเลือกตั้งจะต้องเลือกตั้งซ่อมอีกกี่ครั้ง สุดท้ายก็จะเปิดประชุมสภาได้

            "โคทม" มองว่า ทุกอย่างต้องเดินตามรัฐธรรมนูญกำหนด หากไม่มีการเลือกตั้งกระบวนการแก้ไขกฎหมายจะทำไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ดังนั้น เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วก็เข้าสู่กระบวนการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะ ส.ส.มีหน้าที่ออกกฎหมาย ส.ว.ไม่มีหน้าที่ทำได้เพียงกลั่นกรองกฎหมายเท่านั้น หากจะนำคนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ระบุไว้ว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส.

            แม้ว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา จะเกิดเหตุความวุ่นวายจนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ "โคทม" ยังเชื่อว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ คงไม่เกิดเหตุรุนแรงถึงขั้นปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิตขึ้นอีก เพราะเห็นว่าโดยพื้นฐานคนไทยไม่ใช่เป็นคนมีจิตใจโหดร้าย หรือเหี้ยมโหดจึงเชื่อว่าความรุนแรงก็คงเพียงแค่ปะทะกันคงไม่ถึงกับทำร้ายขั้นเอาชีวิต
 
            "ผมเคยไปดูการเลือกตั้งที่กัมพูชา หรืออัฟกานิสถานมีข่าวจะปะทะกันรุนแรงด้วยอาวุธแต่เมื่อไปดูวันเลือกตั้งจริงๆ ก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเหมือนที่ประกาศ ทางยูเอ็นจัดการเลือกตั้งเรียบร้อย ผมจึงเชื่อว่าโดยพื้นฐานคนไทยเป็นชาวพุทธมีจิตใจเมตตา คงไม่คิดถึงขึ้นจะเอาชีวิตกัน ผมเป็นคนมองโลกสวย และเชื่อว่าหลังจากที่คุณสุทิน ธราทิน เสียชีวิตจากเหตุการณ์เลือกตั้งล่วงหน้าคงทำให้หลายฝ่ายเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์รุนแรงรัดกุมมากยิ่งขึ้น" อดีต กกต.กล่าว

            หากในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ยังเกิดเหตุรุนแรงจนทำให้บางพื้นที่จัดการเลือกตั้งไม่ได้ "โคทม" บอกว่า หลังจากวันที่ 2 กุมภาพันธ์ไปแล้วถือเป็นอำนาจของ กกต.ในการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพราะกฎหมายให้อำนาจ กกต.หลังการเลือกตั้ง 30 วัน

            "สำหรับปัญหาเรื่องพื้นที่เขตที่มีผู้สมัครคนเดียว ผลการเลือกตั้งผู้สมัครคนดังกล่าวต้องได้คะแนนมากกว่า 20% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้นๆ และต้องได้คะแนนเสียงมากกว่าช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน ถ้าน้อยกว่าต้องเลือกตั้งใหม่ และถ้ายังได้คะแนนน้อยกว่าอีก ต้องเลือกตั้งจนครบสามรอบ หากเลือกตั้งรอบที่สาม แม้คะแนนของผู้สมัครรายดังกล่าวจะแพ้อีกแล้ว แต่ผู้สมัครรายนั้นก็จะได้เป็น ส.ส.อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะกฎหมายกำหนดไว้" 

            นอกจากนี้ "โคทม" ยังเสนอให้ทุกฝ่ายหันมาร่วมมือกับการเลือกตั้งครั้งนี้ คนที่สนับสนุนก็ให้ไปลงคะแนนเลือกพรรคและผู้สมัครที่ตัวเองชื่นชอบ ส่วนกลุ่มที่คัดค้านต้องการให้ปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้งก็ให้ไปกากบาทในช่องไม่ประสงค์ลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดเลย จากนั้นก็ให้นับคะแนนออกมาถ้าผลการนับคะแนนรัฐบาลมีเสียงข้างมากก็ให้ไปจัดตั้งรัฐบาล เพื่อแก้ไขกฎหมายปฏิรูปประเทศต่อไป แต่ถ้าพบว่าเมื่อนับแล้วคะแนนช่องไม่ประสงค์ลงคะแนนมีมากกว่ารัฐบาลต้องยอมไม่จัดตั้งรัฐบาล โดยยอมให้ "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" หรือ กปปส. เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลแทน

            "ผมเห็นว่าท้ายที่สุดทุกคนก็มาคุยกัน ผมอยากเสนอให้ทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ด้วย โดยให้นำผลการลงคะแนน รวมทั้งของ กปปส.ไปรวมกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีข้อตกลงร่วมกันว่าฝ่ายไหนได้คะแนนเลือกตั้งมากกว่ากัน ก็ให้ฝ่ายนั้นเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล เพื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปประเทศ บ้านเมืองของเราจะได้สงบสุข" โคทม กล่าวปิดท้ายในการเสนอทางออกการแก้ไขปัญหาเลือกตั้งที่กำลังเป็นอยู่


................

(หมายเหตุ : 'โคทม'มองโลกสวย หนุนเลือกตั้ง2ก.พ.ไม่รุนแรง : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl)