คอลัมนิสต์

ควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉิน

ควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉิน

29 ม.ค. 2557

ควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉิน : บทบรรณาธิการประจำวันที่29ม.ค.2557

             การตายของแกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) บริเวณหน้าวัดศรีเอี่ยม ถนนศรีนครินทร์ สะท้อนถึงความล้มเหลวของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ในการควบคุมสถานการณ์ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งที่มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมดูแลความสงบตามถ้อยแถลงเกือบ 100 นาย แต่คนร้ายกลับใช้อาวุธปืนยิงแหวกวงผู้ชุมนุมเข้าใส่ร่างนายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท. โดยไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดินและเสียชีวิตเกือบจะในทันที ตำรวจยังตามจับใครไม่ได้ คนร้ายหลบหนีลอยนวลท่ามกลางคลิปภาพที่มีประชาชนถ่ายไว้ได้มากมาย หนำซ้ำสังคมยังตำหนิอย่างหนักเพราะตำรวจรู้ทั้งรู้ว่ามีฝ่ายตรงข้ามกลุ่มกปปส. เข้ามาในพื้นที่แต่ไม่มีการสกัดกั้นสองฝ่ายไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากันจนเกิดเหตุสลดขึ้นมา

             นี่อาจเป็นคำตอบว่าเพราะเหตุใด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงไม่มีความหมายหรือถูกยำเกรง ส่วนหนึ่งเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เริ่มไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น มองว่าตำรวจไม่ได้ทำตัวเป็นกลาง ตรงข้ามกลับกลายเป็นเครื่องมือร้ายแรงของรัฐบาลที่ใช้ปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมเสียด้วยซ้ำ ถ้าจะมองย้อนกลับหลังจากกลุ่มกปปส.ประกาศชัตดาวน์กรุงเทพฯ กระทั่งรัฐบาลประกาศใช้ยาแรงจากพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่กลับมีเหตุร้ายแรงกับประชาชนที่ออกมาชุมนุมมากมายตั้งแต่การใช้อาวุธปืนไปถึงการปาระเบิดหมายเอาชีวิตประชาชนที่ร่วมชุมนุม ท่าทีหรือการติดตามคนร้ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร คล้ายกับใส่เกียร์ว่าง การประกาศมาตรการต่างๆ ตั้งแต่การกวดขันเข้มงวดกับอาวุธปืน วัตถุระเบิดหรือ การตรวจค้น การรักษาความสงบภายใต้กฎหมายฉุกเฉิน การหาข่าวจนถึงการยับยั้งมือที่สาม ที่อาจเข้ามาอาศัยช่วงสถานการณ์ก่อเหตุกลับไม่ได้ผลสมกับประกาศสภาวะฉุกเฉิน

             ความเชื่อถือต่อองค์กรตำรวจกำลังกลายเป็นความหวาดระแวง เมื่อตำรวจไม่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตใจ จะทำให้เชื้อความรุนแรงแพร่ออกไป ส่งผลถึงการขยายแผลความขัดแย้งในสังคมให้เกิดรอยร้าวมากยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะตำรวจพยายามทุ่มสร้างผลงานให้รัฐบาลโดยไม่สนใจต่อเสียงเรียกร้องชีวิตหรือกระทั่งความรู้สึกของประชาชน ก็เพื่อเพียงหวังได้รับความเจริญในหน้าที่การงาน ยศตำแหน่ง อีกส่วนอาจเกิดจากความลังเลว่า สิ่งที่กระทำต่อกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นถูกต้องหรือไม่ นิติศาสตร์อย่างเดียวสามารถทำให้สังคมสงบได้จริงหรือเปล่า และเมื่อใดที่ตำรวจไม่วางตัวเป็นกลางหรือให้ความสนใจที่จะปกป้องชีวิตประชาชนแล้วละก็ ประชาชนเองก็มีสิทธิหวาดระแวงและเกิดความเกลียดชังตำรวจได้เช่นกัน แม้ขณะนี้อารมณ์ความรู้สึกจะยังไปไม่ถึงจุดที่ว่า แต่จากท่าที วิธีปฏิบัติ และลักษณะการต่อต้านหรือการโพสต์ข้อความตามโซเชียลมีเดียต่างๆ สะท้อนว่าห้วงเวลาดังกล่าวอยู่ไม่ไกลจากนี้