
หยุดเล่นเกมการเมือง
หยุดเล่นเกมการเมือง : บทบรรณาธิการ ประจำวันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2557
ในที่สุด การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2557 ก็ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยว่าเป็น "เลือกตั้งเลือด" ท่ามกลางความสลดหดหู่ใจของชาวไทยทั้งชาติ หลังจากกลุ่มมวลชนจากฝ่ายที่สนับสนุนการเลือกตั้งเข้าปะทะกับมวลชนของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เป็นเหตุให้นายสุทิน ธราทิน ผู้ประสานงานกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ ถูกยิงเสียชีวิต และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้อีกหลายคน ขณะกำลังจะถอนกำลังกลับจากการปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งเขตบางนา ที่วัดศรีเอี่ยม โดยในที่เกิดเหตุมีรายงานด้วยว่า ขณะที่มวลชน กปปส.ถูกปิดล้อมและหลบหนีเข้าไปภายในวัดศรีเอี่ยม ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุอย่างทันท่วงที สุ่มเสี่ยงจะเกิด "สงครามกลางเมือง" ตามมา
เมื่อวันศุกร์ที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ชี้ว่า สามารถเลื่อนการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ออกไปได้ และมติ 7 ต่อ 1 ให้รัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หารือกันต่อไป แต่รัฐบาลโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย กลับแสดงท่าทีอิดออดทอดเวลา ไม่อยากเจรจา ทั้งยังมุ่งหน้าผลักดันให้เกิดการเลือกตั้งต่อไป โดยนายกรัฐมนตรีมีกำหนดจะเจรจากับ กกต.ในวันอังคารที่ 28 มกราคม ทั้งๆ ที่ กกต.ต้องการให้พบปะหารือก่อนหน้านั้น 1 วัน นั่นอาจเป็นเพราะว่า คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ดูเหมือนจะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ และแรงกดดัน จะกลับไปตกอยู่กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.หากจะดึงดันชุมนุมต่อไป แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
ท่าทีแข็งกร้าวของรัฐบาลในอันที่จะผลักดันให้การเลือกตั้งสำเร็จให้จงได้ เป็นความชัดเจนว่า รัฐบาลต้องการจะเอาชนะเหนือ กปปส.เพื่อให้ฝ่ายของตนบรรลุเป้าประสงค์ทางการเมือง มากเสียกว่าปรารถนาที่จะธำรงไว้ซึ่งความสงบสุขในบ้านเมือง ขณะเดียวกัน กล่าวสำหรับ กปปส.เอง ซึ่งยืนยันท่าทีเดิมว่าจะต้องปฏิรูปการเมืองให้เสร็จสิ้นเสียก่อนแล้วค่อยจัดการเลือกตั้ง โดยในระหว่างนั้นนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะต้องลาออก หรืองดเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ฝ่ายที่เป็นกลางอย่างแท้จริงเข้ามาเป็น "เจ้าภาพ" แทน ซึ่งมีแนวโน้มว่า รัฐบาลจะตอบรับข้อเสนอนี้ได้อย่างมากที่สุดก็คือ ยอมให้เลื่อนวันเลือกตั้งออกไปก่อน ซึ่งก็แน่นอนว่า การเล่นเกมชิงไหวชิงพริบ เอาชนะคะคานจะต้องดำรงอยู่ต่อไป โดยที่ความสุ่มเสี่ยงจะเกิดการปะทะและนองเลือดเพิ่มระดับขึ้นทุกวัน
ระยะเวลานับจากวันนี้ไปอีก 4-5 วัน รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลยังมีเวลาพอที่จะพิจารณาไตร่ตรอง โดยไม่เอาเรื่องเกมการเมืองและผลประโยชน์ของพรรคการเมืองเป็นที่ตั้งเพื่อรักษาไว้ ซึ่งต้องอาศัยสปิริตและจิตวิญญาณของความเสียสละเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง ซึ่งก็เห็นๆ กันอยู่แล้วว่า ถ้าหากยังดันทุรังจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ต่อไปนั้น ย่อมมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นซ้ำอีก เว้นเสียแต่ว่า รัฐบาลจะมีหลักประกันว่าจะไม่เกิดความวุ่นวาย ซึ่งก็เป็นเรื่องยากยิ่ง ขณะที่ทาง กปปส.เองก็จะต้องใช้ความระมัดระวัง และยึดหลักการชุมนุมโดยสันติปราศจากอาวุธอย่างเคร่งครัดต่อไป หลีกเลี่ยงความสูญเสียทั้งหลายให้มากที่สุด



