คอลัมนิสต์

ฤดูเลือกตั้งที่เปลี่ยนไป

ฤดูเลือกตั้งที่เปลี่ยนไป

23 ม.ค. 2557

ฤดูเลือกตั้งที่เปลี่ยนไป : คอลัมน์มนุษย์สองหน้า : โดย...แคน สาริกา

 
 
                     เหลืออีกไม่กี่สิบวัน ก็ถึงการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรฯ แต่บรรยากาศโดยภาพรวม เหมือนไม่ใช่ "ฤดูเลือกตั้ง" ถ้าไม่เห็นป้ายหาเสียงของพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งมีภาพ "ป้าเช็ง" ใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม พร้อมคำประกาศสนับสนุนพรรคที่ว่านี้
 
                     หรือเมื่อวันก่อน เปิดหนังสือพิมพ์เจอข่าว "นาธาน โอมาน" ปรากฏตัวที่หอประชุมกองบัญชาการกองทัพอากาศ ในวันที่รัฐบาลได้เชิญตัวแทน 34 พรรคการเมือง เข้าร่วมในการประชุมการปฏิรูปประเทศครั้งที่ 2/2557 โดย นาธาน โอมาน ใส่เสื้อสีส้มของพรรคการเมืองหนึ่งเข้าร่วมหารือในครั้งนี้ด้วย
 
                     บอกตรงๆ ผมค่อนข้างเบื่อวาทกรรมประเภท "การซื้อเสียงขายเสียงบ่อนทำลายชาติ" หรือ "การซื้อเสียงขายเสียงเป็นมายาคติของคนเมือง" เพราะเรื่องดังกล่าวนี้ในสังคมไทยถกกันมายาวนานมาก 
 
                     นับตั้งแต่วาทกรรม "โรคร้อยเอ็ด" จนถึง "โรคประชานิยม" ก็ยังเถียงกันไม่จบ และในความเป็นจริงของการเลือกตั้งนั้น ว่ากันตั้งแต่เลือกผู้ใหญ่บ้าน จนถึงเลือกผู้แทนฯ ก็ยังมีการหว่านเงินซื้อเสียงอยู่
 
                     เมื่อ 14-15 ปีที่แล้ว มีนักวิชาการคนหนึ่งมองว่า การใช้สิทธิการเลือกตั้งมีสภาพเสมือนหนึ่งการแลกเปลี่ยนคะแนนเสียงทางการเมืองกับนโยบายหรือ "บริการความสุข" ที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเสนอหรือสัญญาว่าจะให้ แต่ถ้าหากสัญญาเกี่ยวกับ "บริการความสุข" หรือนโยบายเป็นเพียงสัญญาลมๆ แล้งๆ ก็มิใช่เรื่องน่าประหลาดใจอีกเช่นกันที่ราษฎรจะแลกคะแนนเสียงกับเงิน
 
                     มุมนี้น่าคิดกว่าการชี้หน้าด่าผ่านโซเชียลมีเดียว่า คนนั้นคนนี้ซื้อขายเสียงเป็นพวก "ควาย" หรือ "โง่เง่าเต่าตุ่น" หรืออีกพวกหนึ่งก็พยายามกลบเกลื่อนความจริงว่าด้วยการใช้เงินซื้อเสียง โดยแจงว่าเป็นเรื่องมายา ทั้งที่การซื้อเสียงยังดำรงอยู่ แม้แต่ในภาคอีสานและภาคเหนือ
 
ผมสนใจการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองแบบสร้าง "เครือข่าย" เพราะพรรคเหล่านี้ เห็นความสำเร็จของ "พรรคชูวิทย์" ที่ได้ ส.ส.ระบบสัดส่วน 4 คน จึงวาดฝันที่จะได้ ส.ส.แบบพรรคชูวิทย์บ้าง
 
                     ยกตัวอย่าง "พรรคพัฒนาคุณภาพชีวิต" โดย ศรวรรณ ศิริสุนทรินท์ หรือ "ป้าเช็ง" เป็นผู้สนับสนุน ซึ่งป้าเช็งเป็นเจ้าของรายการทีวีดาวเทียมช่องซูเปอร์เช็งทีวี ที่มีชื่อเสียงเรื่องของน้ำหมักชีวภาพอันลือลั่น 
 
                     พรรคนี้เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "ชาวหมัก" เพราะก่อนนี้ พวกเขาสร้างเครือข่ายชาวหมักมานานแล้ว
 
                     ชาวหมักมีรายการ "ทีวีสีเขียวซูเปอร์เช็งสัญจร" ออกอากาศทางทีวีดาวเทียมช่องป้าเช็ง ทำให้เกิดกลุ่มชาวหมักทั่วราชอาณาจักร ส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับของป้าเช็ง
 
                     ทำนองเดียวกัน กลุ่มคนเครือข่าย(ขายตรง) ได้จัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ "พลังเครือข่ายประชาชน" ซึ่งแกนนำผู้ก่อตั้งพรรค ก็ทำธุรกิจเครือข่ายอยู่ 
 
                     จึงมีนโยบายผลักดันการจัดตั้งกรมการขายตรง หรือกระทรวงคุ้มครองผู้บริโภคและการปราบปรามแชร์ลูกโซ่แล้ว ยังมีนโยบายอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่ การผลักดันแก้กฎหมายการขายสินค้าตัดราคา แก้กฎหมายให้สามารถจำหน่ายปุ๋ยในระบบขายตรงได้ ฯลฯ
 
                     ที่น่าสนใจ สองพรรคนี้ได้ใช้ทีวีดาวเทียม เป็นเครื่องมือในการสร้างเครือข่าย และทีวีดาวเทียมกว่าร้อยละ 40 เป็นกระบอกเสียงของธุรกิจเครือข่าย(ขายตรง)
 
                     ว่ากันว่า ทีวีดาวเทียมอันเบ่งบาน เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ทั้งในและนอกสภา โดย กสทช. ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะทุกช่องรายการทีวีการเมือง ล้วนมีฐานมวลชนเป็นดั่งผนังทองแดงกำแพงเหล็ก
 
                     อย่างไรก็ตาม ฤดูเลือกตั้ง 2557 จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่จะมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และมีแนวโน้มที่จะไม่มีการเลือกตั้งสูงด้วย
 
 
 
.......................
 
(ฤดูเลือกตั้งที่เปลี่ยนไป : คอลัมน์มนุษย์สองหน้า : โดย...แคน สาริกา)