
ใช้งบไม่ได้ตามเป้า ทำอย่างไร.?
ใช้งบไม่ได้ตามเป้า ทำอย่างไร.? : คอลัมน์กระดานความคิด : โดย...ไพศาล อินทสิงห์ ม.นเรศวร
งบประมาณปี 2557 วงเงิน 2.525 ล้านล้านบาท รัฐบาลตั้งเป้าเบิกจ่ายในภาพรวมทั้งหมด 95% เป็นโอกาสและความท้าทายไม่น้อยสำหรับภาครัฐ หน่วยงานราชการต่างๆ ที่จะไปให้ถึงเป้านั้นได้อย่างไร
การใช้ “สร้าง” งาน เพื่อให้ประชาชนใช้ “ผล” งาน ฉะนั้น งบประมาณ จึงเป็นหัวใจ หรือเครื่องมือหนึ่งในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศด้านต่างๆ คำถามก็คือ ทำอย่างไรจึงจะใช้งบให้หมดภายใน 30 กันยา เรียกว่า “งานครบ งบหมด”
อยู่ที่ภาครัฐ ส่วนราชการต่างๆ ถ้าเป็นไปได้ ควรต้องเร่งใช้งบ ใช้เงินทำงานตามแผนที่วางไว้ ที่ต้องเร่งก็เพราะวันเวลาผ่านไปเร็ว เดี๋ยวสัปดาห์ เดี๋ยวเดือน นี่เผลอแป๊บๆ ไตรมาสแรก (ต.ค.-ธ.ค.56) ผ่านไปแล้ว กำลังเข้าสู่ไตรมาส 2
ยังมองว่า ครบ 1 ปี 4 ไตรมาสเมื่อใด ใครทำงานครบ งบหมดพอดี น่านำมาประชาสัมพันธ์ (พีอาร์) ให้สังคมรับรู้รับทราบ ชื่นชมในฝีมือบริหาร กล่าวเช่นนี้เป็นอุดมคติเกินไปหรือไม่ ประการใด ใครจะเป๊ะได้ขนาดนั้น มีทั้งปัจจัย ตัวแปรต่างๆ ที่เป็นขีดจำกัด จะเห็นว่า แต่ละปีมักมีงบเหลือ ใช้ไม่หมด ชวนปวดหัว เป็นปัญหาแก้ไม่ตก เนื่องจากเบิกจ่ายไม่ทัน
จะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ สมเหตุสมผลก็ดีไป เช่น ประสบภัยน้ำท่วม ลงมือก่อสร้างไม่ได้ เป็นต้น ถือว่าฟังขึ้น ไม่สมเหตุสมผลอาจโดนตำหนิ เช่น เป็นความผิดพลาดล่าช้าของผู้บริหารเอง เป็นต้น ถือว่าฟังไม่ขึ้น อย่างปีที่ผ่านมางบเหลือประมาณ 1.7 แสนล้าน ล้วนเป็นผลเสียต่อการบริหารงบประมาณของรัฐบาล และเป็นผลเสียต่อประชาชน
งบเหลือเท่าใด เป็นผลเสียเท่านั้น แปลว่า งบยังไม่ได้ถูกเบิกจ่ายไปใช้สร้างงาน แผนในมือยังไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติ ไม่ใช้เงินทำงาน จะเกิดผลงานได้อย่างไร จึงทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้ผลงานหรือประโยชน์จากโครงการตามที่คาดหวังไว้
แทนที่จะได้คุณภาพชีวิตที่ดี ก็ไม่ได้ ตัวอย่างง่ายๆ แทนที่จะมีโอกาสใช้ถนน ไฟฟ้า ประปาเข้าตำบลหมู่บ้าน ได้รับความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต(บ้าง) ก็ไม่ได้ ต้องรองบปีหน้า ปีโน้น หรือปีไหน ไม่แน่ใจ ส่งผลชาวบ้านชุมชนต้องทนทุกข์ใช้ถนนขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ใช้ตะเกียง น้ำคลอง น้ำบ่อ ฯลฯ
ขณะที่รัฐบาลเองก็ตระหนักและเข้าใจในจุดนี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบปี 2557 แต่เนิ่นๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวตามเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2557 แต่การเมืองขณะนี้ไม่เอื้ออำนวย อาจเป็นขีดจำกัดต่อการเบิกจ่ายใช้งบประมาณไม่เป็นไปตามเป้า ทั้งอาจส่งผลกระทบไปยังด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข ฯลฯ ซึ่งคงจะต้องบริหารงบ บริหารงานทุกๆ ด้านขนานกันไป
ดังนั้น ข้าราชการเสมือน “ข้อต่อตรงกลาง” จึงเป็นความหวัง เป็นที่พึ่งพาในภาวะบ้านเมืองไม่ปกติ จะเร่งงบ รุกงานอย่างไร เพื่อให้การพัฒนาความเจริญก้าวหน้าด้านต่างๆ ไม่สะดุดชะงัก หรือทำให้ประชาชนเสียโอกาสและเพื่อจะได้ใช้ผลงานโครงการนั้นๆ ให้ประโยชน์ตกถึงประชาชนจริงๆ อยู่ที่ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าการหรือผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจ จะพิจารณา
ใช้งบตามเป้าไม่ได้ ก็ขอให้ผลที่เกิดขึ้นจริงกับผลที่คาดหวังไว้ใกล้เคียงกันที่สุดเท่าที่จะทำได้
....................
(ใช้งบไม่ได้ตามเป้า ทำอย่างไร.? : คอลัมน์กระดานความคิด : โดย...ไพศาล อินทสิงห์ ม.นเรศวร)



