คอลัมนิสต์

ขวัญใจประชาชน

ขวัญใจประชาชน

21 ม.ค. 2557

ขวัญใจประชาชน : บทบรรณาธิการประจำวันอังคารที่ 21 มกราคม 2557

 
 
                      ถ้อยแถลงของ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต่อกรณีเหตุระเบิดในพื้นที่ชุมนุมจนทำให้เกิดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตติดต่อกัน ทำให้เห็นว่า ในการจัดการชุมนุมทั้งแกนนำผู้ชุมนุม ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ได้มีการทำข้อตกลงร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลรักษาความปลอดภัย โดย พล.ต.อ.วรพงษ์ ระบุว่า ในช่วงกลางวัน การ์ดซึ่งทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยของผู้ชุมนุมขอรับผิดชอบเอง ส่วนเวลากลางคืนตั้งแต่ 01.00-05.00 น. จึงจะเป็นช่วงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลรับผิดชอบ ซึ่งที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากผู้ชุมนุมไม่ไว้วางใจตำรวจ ถึงแม้ว่า ตำรวจจะเสนอตั้งด่านตรวจร่วมกัน
 
                      การให้สัมภาษณ์ของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติครั้งนี้ ทำให้ดูประหนึ่งว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงกลางวันแสกๆ ที่ผ่านมาคือช่วงที่เกิดช่องโหว่ และอาจทำให้เข้าใจไปได้ว่า หากผู้ชุมนุมให้ความไว้วางใจเจ้าหน้าที่ตำรวจสักนิด เรื่องร้ายๆ ก็คงจะมีโอกาสน้อยที่จะเกิดขึ้น ถึงแม้จะบอกว่า ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจรัศมี 1.5 กิโลเมตร แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า การให้สัมภาษณ์ของนายตำรวจระดับสูงครั้งนี้ จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น หรือทำให้ความไว้วางใจต่อตำรวจของกลุ่มผู้ชุมนุมจะเป็นไปในทางบวก เพราะความไว้วางใจหรือไม่นั้นมันสั่งสมจากประสบการณ์ การเรียนรู้พฤติกรรมของตำรวจก่อนหน้านั้น
 
                      แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงองค์ประกอบเล็กๆ สำหรับการทำหน้าที่ของตำรวจ ในการป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย โดยที่ต้องไม่เอาเรื่องความเชื่อทางการเมือง หรือความรู้สึกของผู้ชุมนุมที่มีต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเป็นอารมณ์ หรือเอามาเป็นเรื่องหลักในการตัดสินใจเข้าไปทำหน้าที่ หรือไม่ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและบังคับใช้กฎหมาย เพราะในการชุมนุมทางการเมืองนั้นเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความขัดแย้งอันเป็นชนวนที่พร้อมจะนำไปสู่ความรุนแรงอยู่แล้ว
 
                      ในความเป็นจริง กลุ่มผู้ชุมนุมเพียงแค่ไม่ต้องการให้ตำรวจเข้าไปปะปนกับผู้ชุมนุม เพราะแกนนำผู้ชุมนุมหลายคนนั้นถูกออกหมายจับ หากเกิดการเข้าไปจับกุมการชุมนุมก็จะปั่นป่วน เพราะไม่มีแกนนำที่จะคอยชี้ทิศทางในการเคลื่อนไหว โอกาสที่จะเกิดความรุนแรงเหมือนเมื่อครั้งที่บรรดาแกนนำม็อบคนเสื้อแดงตัดสินใจมอบตัว แล้วก็เกิดจลาจล มีการเผาบ้านเผาเมืองขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ของประชาชนคนไทยทั้งประเทศครั้งหนึ่งมาแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ตำรวจจะไม่มีทางเลือกอื่น เพราะ พล.ต.อ.วรพงษ์ เองก็ให้สัมภาษณ์ว่า ตำรวจได้ตั้งด่านอยู่ห่างๆ เพียงแต่ไม่ได้ระบุให้ชัดว่า ช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้น ด่านตรวจยังทำหน้าที่อยู่หรือไม่
 
                      สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งเช่นนี้ ตำรวจจะต้องอดทน ต้องรับให้ได้ในทุกสถานการณ์ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยไม่ควรไปแยกว่าใครสีอะไร หรือมีแนวคิดทางการเมืองแบบไหน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นเรียกได้ว่า มากพอที่จะเพิ่มกำลังและความถี่ในการตั้งด่านสกัดกั้นเพื่อไม่ให้คนร้ายเข้าไปก่อเหตุได้อย่างเสรีอีกต่อไป หากทำได้เช่นนี้แล้ว ปัญหาความไม่ไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อตำรวจ ไม่นานก็คงจะหมดไป ตำรวจก็จะกลับมาเป็นขวัญใจของประชาชนอีกครั้ง