
ตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้ง
ตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้ง : บทบรรณาธิการ ประจำวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2557
เหตุการณ์ความรุนแรงที่บรรดาผู้ชุมนุมโดยการนำของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ตกเป็นเหยื่อแบบรายวัน ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ พัฒนาจากการก่อกวนมาเป็นมุ่งหมายเอาชีวิต ดังเช่นเหตุปาระเบิดเข้าใส่ผู้ชุมนุมที่บริเวณถนนบรรทัดทองเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และนายประคอง ชูจันทร์ เสียชีวิต ตามด้วยการโยนระเบิดเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีผู้บาดเจ็บอีกหลายคน ทั้งสองเหตุการณ์นี้คนร้ายลงมืออุกอาจกลางวันแสกๆและหลบหนีลอยนวลไปได้ ทิ้งเอาไว้แต่ความหวาดผวา เพราะไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าจะไม่เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก ลุ้นกันแต่ว่าใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไป
เหตุการณ์ดังกล่าวมานี้ รัฐบาล ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และตำรวจจะปัดความรับผิดชอบไปเสียไม่ได้ เพราะแม้ว่า รัฐบาล นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีรักษาการ และศอ.รส.ซึ่งมีกำลังตำรวจอยู่ในอาณัติจะแสดงตนเป็นคู่ขัดแย้งกับกปปส.โดยไม่ชัดแจ้ง แต่โดยหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว ฝ่ายบริหารจะต้องดูแลไม่ให้เกิดเหตุความรุนแรง หรือเกิดเหตุแล้ว ก็จะต้องให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายด้วยการเร่งสืบสวนสอบสวนให้ถึงที่สุดเพื่อนำไปสู่มาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องตรงไปตรงมา ไม่ใช่มองผู้ชุมนุมเป็นศัตรู มัวแต่เน้นหนักไปที่หน่วยปราบจลาจล การยิงแก๊สน้ำตา และปะทะกับมวลชน ฯลฯ อย่างที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อค่ำคืนวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา โดยละเอียด โดยเฉพาะการที่ตำรวจ 191 จับกุมผู้ต้องหา 4 คน พร้อมอาวุธนานาชนิดได้ที่ย่านบางนา และจากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้มีเป้าหมายจะไปสร้างความวุ่นวายปั่นป่วนที่ชุมนุมห้าแยกลาดพร้าวของกปปส. และยังพบว่า หนึ่งในนั้นเคยได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างการชุมนุมกดดันการประชุมผู้นำอาเซียน เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 ซึ่งถ้าหากตำรวจจะสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลถึงกลุ่มแก๊งที่ร่วมกันก่อเหตุก็ไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรง และนี่ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่จะสามารถหยุดยั้งความรุนแรงเอาไว้ได้ระดับหนึ่ง
เหตุการณ์ระเบิดที่บรรทัดทองและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ค่อนข้างชัดเจนว่า ขณะนี้มีฝ่ายที่สามอย่างที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกเคยระบุเอาไว้ก่อนหน้านี้ ในเบื้องต้นนั้น ตำรวจจะต้องเร่งทำหน้าที่ของตนเองให้เข้มแข็งเข้มข้นมากที่สุด เพื่อไม่ให้สถานการณ์พัฒนาไปสู่ภาวะสงครามกลางเมือง ประชาชนจับอาวุธเข้าประหัตประหารกันเอง เพราะเมื่อถึงตอนนั้น ไม่ว่ารัฐบาลหรือใครก็ตามจะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ และประเทศไทยก็จะกลายเป็น "รัฐที่ล้มเหลว" ไปในที่สุด



