
'ยิ่งลักษณ์'ยึดมั่นไม่อยากล้มทั้งกระดาน
'ยิ่งลักษณ์' ยึดมั่นไม่อยากล้มทั้งกระดาน : ขยายปมร้อน โดย...สมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl
นับตั้งแต่ใช้ยุทธวิธี "ปิดกรุงเทพฯ" เมื่อวันที่ 13 มกราคม เป็นต้นมา ภายใต้การนำของ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือกปปส.บรรยากาศการชุมนุมเริ่มมีความตึงเครียด
โดยเฉพาะเหตุการณ์ใช้ระเบิดสังหารกับประชาชนที่ไปร่วมเดินรณรงค์ปิดกรุงเทพฯ บริเวณถนนบรรทัดทอง เมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา มีผลทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 40 ราย และหนึ่งในนั้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย
ผ่านมาเพียงแค่วันเดียวเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายปาระเบิดชนิดเดียวกันกับที่ใช้โยนใส่ผู้ชุมนุมที่บริเวณถนนบรรทัดทอง การปาระเบิดครั้งนี้มีผลทำให้กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ที่ปักหลักอยู่บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้รับบาดเจ็บ 28 ราย
สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นการใช้อาวุธสังหารช่วงเวลา "บ่าย" ไม่ใช่เวลาค่ำมืดถือว่าเป็นการกระทำที่ "อุกอาจ" ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง
ขณะที่เหตุการณ์ความรุนแรงนับตั้งแต่ กปปส.ได้เริ่มชุมนุมมาตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2556 จนถึงปัจจุบันเกิดเหตุการณ์รุนแรงกว่า 30 ครั้ง และดูทีท่าการลอบโจมตีและการใช้อาวุธขยายวงความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม
การกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีครั้งนี้ นอกจากประสงค์ต่อชีวิตแล้ว ยังต้องการให้มวลชนที่มาร่วมชุมนุมกับกปปส.เกิดความกลัว ไม่กล้าเดินทางมาร่วมชุมนุมการเมืองในลักษณะนี้อีก และหวังผลให้การชุมนุมสะดุดและสลายตัวไปในที่สุด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ "เป้าหมาย" ที่ถูกเพ่งเล็งว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องมากที่สุดคือ ผู้ที่ได้รับอานิสงส์จากการกระทำในครั้งนี้
ในขณะที่ "ผู้รักษากฎหมาย" ซึ่งมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนกำลังถูกมองว่า "ล้มเหลว" ในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
เมื่อกลไกทางกฎหมาย "บอด" ทำให้มีกลุ่มอันธพาลออกมาใช้ยุทธวิธี "ซุ่มโจมตี" เพราะดีกว่าการระดมมวลชนออกมาปะทะ
โดยเลือกจะปฏิบัติการในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีการโต้กลับน้อย เช่น ไม่ก่อเหตุในพื้นที่ทหาร โดยเฉพาะในพื้นที่สังกัดของกองทัพบก เนื่องจากก่อนหน้านี้ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ผู้บัญชาการทหารบก ออกมาพูดว่า "...ใครก็ตามที่ทำให้เกิดความรุนแรงคนนั้นจะต้องรับผิดชอบ ถ้าประชาชนตีกันบาดเจ็บล้มตายจนเกิดจลาจล รัฐบาลต้องรับผิดชอบในหลักการ"
จึงเชื่อว่าสถานการณ์รุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ "กองทัพ" น่าจะมีการประสานเป็นการภายใน เพื่อพูดคุยกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหยุดยั้งเหตุการณ์ความรุนแรงที่อาจจะขยายวงกว้างจนนำไปสู่สงครามกลางเมือง
และสิ่งที่หลายฝ่ายเรียกร้องและไม่อยากให้เกิดขึ้นก็จะอยู่ในภาวะจำยอมที่ต้องมีและเกิดขึ้นคือ "กองทัพ" ออกมาเพื่อปกป้องความเสียหายของบ้านเมืองที่อาจรุนแรงมากขึ้น
สำหรับพฤติกรรมของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ในขณะนี้ดูมีท่าทีเมินเฉยต่อเหตุการณ์รุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมือง ยังคงยืนยันในสถานภาพของความเป็น "รัฐบาลรักษาการ" ซึ่งการเมินเฉยไม่ต่างกับการสนับสนุนกลุ่มที่ออกมาก่อความรุนแรง
บวกกับกลุ่มก้อนฝ่ายรัฐบาลเองก็มีท่าทีสนับสนุนให้เกิดการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เพราะถึงแม้การเลือกตั้งจะได้ส.ส.ในสภาไม่ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด คือ ต้องมีไม่น้อยกว่า 475 คน แต่อย่างน้อย "ยิ่งลักษณ์" ก็ยังคงเป็น "รัฐบาลรักษาการ" ถือว่ายังมีอำนาจอยู่ในมือ
ที่สำคัญดีกว่าการลาออกจาก "รัฐบาลรักษาการ" เพราะนั่นหมายถึง "การล้มทั้งกระดาน"
ขณะนี้จึงดูเหมือน "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ไม่ได้ให้ความสนใจกับภาพของมวลชนที่มาร่วมชุมนุมกับ "สุเทพ" หรือการสนับสนุนด้านการเงินระหว่างที่ "สุเทพ" ออกเดินเชิญแขกมาร่วมปิดกรุงเทพฯ
ไม่มีใครคาดเดาสถานการณ์ทางการเมืองนับจากนี้ไปได้ แต่มีหลายฝ่ายอยากให้ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" กับ "สุเทพ" เดินวัดกระแสความนิยมของประชาชนในจังหวัดใหญ่ๆ ใครได้รับความนิยมมากกว่ากัน เพื่อให้ได้ทบทวนกับสิ่งที่ตัวเอง "ยึดมั่น" หันมายึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก
เพราะเชื่อว่าหากสถานการณ์รุนแรงมากขึ้นไปกว่านี้อาจมีบางคนไม่สามารถ "เดินถนน" ได้อีก และที่สำคัญอย่าให้สถานการณ์บานปลายถึงขั้นต้อง "บีบบังคับ" กันด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์เลย!
---------------------
('ยิ่งลักษณ์' ยึดมั่นไม่อยากล้มทั้งกระดาน : ขยายปมร้อน โดย...สมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl)



