
เค้าลางความรุนแรง
เค้าลางความรุนแรง : บทบรรณาธิการประจำวันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2556
การแสดงความห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กับเหตุการณ์ก่อกวน-ป่วนเมืองด้วยอาวุธนานาชนิด นับตั้งแต่ระดับหมายข่มขู่ อย่างเช่น ประทัดยักษ์ รุนแรงขึ้นไปจนถึงมุ่งประหัตประหารเอาชีวิตด้วยอาวุธปืน และระเบิด ฯลฯ โดยการส่งนายทหารเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่เกิดเหตรุนแรงที่สะพานหัวช้าง ถนนพญาไท และบริเวณใกล้เวทีสี่แยกปทุมวันของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยการนำของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ตามด้วยการมอบหมายให้รองโฆษกกองทัพบกออกแถลงย้ำความห่วงใยต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น พร้อมขอให้ทุกฝ่ายเพิ่มความระมัดระวัง อดทน อดกลั้น หลีกเลี่ยงการใช้อาวุธ เพื่อไม่ให้เกิดความเกลียดชังไม่มีที่สิ้นสุด
ความไม่สบายใจของผู้บัญชาการทหารบกย่อมเป็นความวิตกทุกข์ร้อนเดียวกับความรู้สึกของคนไทยทั่วไป ที่แลเห็นสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานอันอาจนำไปสู่การเสียเลือดเนื้อได้ทุกนาที ถ้าหากไล่เรียงดูเหตุการณ์ที่ผ่านมาตลอดเวลาของการชุมนุมกว่า 70 วัน พบว่า มีเหตุรุนแรงตั้งแต่ระดับก่อกวนถึงปะทะกัน 25 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 8 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ซึ่งในระยะหลังนี้ความรุนแรงเริ่มเพิ่มระดับมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น คนร้ายลอบปาระเบิดบ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และบ้านแกนนำคนอื่นๆ การใช้อาวุธปืนยิงถล่มบริเวณหน้าโรงแรมเอเชีย ถนนพญาไท ใกล้กับเวทีสี่แยกปทุมวัน ทั้งหมดนี้ไม่อาจประมาทหรือวางใจได้เลยว่า ในคืนต่อๆ ไปจะเกิดเรื่องร้ายอะไรตามมา
กระนั้นก็ตาม ดูเหมือนว่า ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้ทุ่มเทและให้ความสนใจไปที่คดีการจับกุมทหารเรือ 3 นาย และการติดตามการ์ดรักษาความปลอดภัยของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และการส่งทีมไล่ล่านายสุเทพ มากเสียกว่าจะสืบสวนสอบสวนเพื่อเสาะหาสาเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการจับกุมผู้ต้องสงสัย 4 ราย พร้อมอาวุธครบมือ เมื่อเช้ามืดวันที่ 15 มกราคม คืนเดียวกับที่เกิดเหตุปาระเบิดบ้านนายอภิสิทธิ์ แม้เบื้องต้นคนทั้ง 4 จะพบว่าไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการก่อกวนที่ไม่อาจปฏิเสธ เพราะพวกเขายอมรับว่า เตรียมไปปาระเบิดที่เวทีแยกลาดพร้าว แต่เห็นท่าไม่ดีจึงล่าถอย จนมาถูกจับกุม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสืบสาวราวเรื่องแล้วพบว่า หนึ่งในนั้นเคยได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะเมื่อเช้าวันที่ 11 เมษายน 2552 ระหว่างการปิดล้อมการประชุมอาเซียน ที่พัทยา
ชายคนดังกล่าวน่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่ไขไปสู่ผู้อยู่เบื้องหลังและบงการป่วนบ้านป่วนเมืองได้ไม่ยาก ด้วยเหตุดังว่า เขาเคยอยู่ร่วมในเหตุความวุ่นวายทางการเมืองมาก่อน กรณีเช่นนี้ ทั้งฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง ควรจะต้องเร่งสร้างความกระจ่างให้เกิดขึ้น ทั้งควรจะถือเป็นแนวทางหนึ่ง ซึ่งจะสามารถยับยั้งการยั่วยุเพื่อให้เกิดความรุนแรงเอาไว้ได้ ก่อนที่จะเกิดเหตุนองเลือดจาก "ฝ่ายที่สาม" อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยลั่นวาจาเอาไว้ว่า "ยอมไม่ได้"



