
ผู้ชนะใช่ว่าจะได้ทั้งหมดทุกอย่าง
ผู้ชนะใช่ว่าจะได้ทั้งหมดทุกอย่าง : คอลัมน์ กระดานความคิด โดย... ศรายุทธ สายคำมี
สถานการณ์การเมืองภายหลัง "ชัตดาวน์กรุงเทพฯ" ไปแล้ว ไม่อาจบอกได้ว่า ใครชนะ ใครแพ้ ไม่ว่าจะเป็น สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. หรือฝั่งรัฐบาล ที่พยายามยื้อเพื่อไปให้ถึงวันเลือกตั้งท่ามกลางการคาดการณ์ของหลายๆ ฝ่ายว่า การยื้อเพื่อไปถึงวันนั้นไม่น่าจะเป็นวันที่ถึงเส้นชัย แต่น่าจะเป็นหล่มเหวหายนะเสียมากกว่า
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการที่ได้ชื่อว่ามีพวกพ้องฝั่งเสื้อแดงจำนวนมาก โพสต์เฟซบุ๊กเสนอความเป็นไปได้ที่จะหาทางออก เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะจากเหตุการณ์ปะทะนองเลือด หรือความเลวร้ายใดก็ตามแต่ที่อาจจะเกิดขึ้นไว้อย่างน่าสนใจ
เขาได้ตั้งสมมุติฐานไว้ว่า ถ้าหากเลื่อนการเลือกตั้งได้ (แม้จะผิดหลักการ) หรือกระทั่งรัฐบาลลาออก แล้วตั้งรัฐบาลคนกลาง โดย "แลก" กับการยอมถอยของ กปปส. จะเป็นไปได้หรือไม่
โดยสมมุติสถานการณ์ความเป็นไปได้ 10 ข้อ
1.เลื่อนเลือกตั้งไปประมาณเดือนพฤษภาคม
2.รัฐบาลยอมลาออก ตั้งรัฐบาล "คนกลาง" (ดูข้อ 5 และ 6 ข้างล่าง)
โดยทั้ง 2 ข้อ สมศักดิ์ระบุว่า เป็นการถอยของฝ่ายรัฐบาล
3.ประชาธิปัตย์ทำสัญญาร่วมเลือกตั้งที่เลื่อนออกไป
4.กปปส. และกลุ่มย่อยอื่นๆ ยุติการชุมนุม
(2 ข้อนี้ คือการ "ถอย" ของฝ่ายต่อต้าน)
5.มีการตั้งรัฐบาล "คนกลาง" ขึ้นมา (อาจจะประกอบด้วย "คนนอก" ล้วนๆ หรือไม่ก็ผสมระหว่าง พรรคเพื่อไทย กับ พรรคประชาธิปัตย์ โดยมี "คนนอก" เป็นนายกฯ)
6.แต่รัฐบาล "คนกลาง" นี้ มีหน้าที่เฉพาะเรื่องการดูแลระหว่างการมีเลือกตั้งใหม่นี้เท่านั้น (มกราคม-พฤษภาคม) ไม่มีอำนาจหน้าที่อื่น (ยกเว้นการบริหารงานแบบรูทีน)
7.ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอื่นในรัฐธรรมนูญ เช่น ตั้งสภาประชาชน ตามที่ กปปส.เสนอ
8.ทุกฝ่ายตกลงร่วมกันตอนนี้ว่า ยอมรับผลการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น (เสียงข้างมาก เป็นรัฐบาล เสียงข้างน้อย เป็นฝ่ายค้าน)
9.ทุกฝ่ายตกลงร่วมกันตอนนี้ว่า สภาและรัฐบาล ที่ตั้งขึ้นใหม่จากการเลือกตั้ง จะมีอายุเพียงประมาณ 2 ปี
10.ทุกฝ่ายตกลงร่วมกันตอนนี้ว่า ในระหว่าง 2 ปีนี้ จะมีกลไกอย่างไรบ้างในการ "ปฏิรูป" ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อเลือกตั้งแล้วก็เริ่มดำเนินการตามกลไกและวิธีการที่ตกลงกัน ภายใน 2 ปี ก็เลือกตั้งใหม่ ภายใต้กรอบที่ทำขึ้นใหม่ในช่วง 2 ปีนี้
ตอนท้ายของข้อเขียน สมศักดิ์ออกตัวว่า ความเป็นไปได้ตามที่ได้เสนอไปนั้น ทั้งเลื่อนการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลลาออกเพื่อตั้งรัฐบาลคนกลาง ถึงแม้จะผิดหลักการ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าพิจารณา เพราะถ้าสามารถยุติวิกฤติและเลี่ยงโอกาสการเสียเลือดเนื้อคนธรรมดาๆ ที่มีโอกาสสูงที่จะเกิดจากการแก้วิกฤติไม่ได้นี้ ก็เป็นอะไรที่ควรพิจารณา
แต่สมศักดิ์ก็มองว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปัญหาอยู่ที่ว่า กปปส.ไม่ยอมเจรจา และที่สำคัญ ใครจะเป็น "ตัวกลาง" ทำให้การเจรจาที่นำไปสู่ผลแบบที่เขาเสนอ ใครมีบารมีพอที่จะทำให้ กปปส.เปลี่ยนใจ ยอมถอยได้
นับเป็นข้อเสนอทางออกที่น่าสนใจ และน่าจะทำให้หลายๆ ฝ่ายได้นำไปพิจารณา โดยเฉพาะพวกที่กอดกฎหมายแน่น พร้อมยอมตายไปกับหลักการกฎหมายที่รู้อยู่เต็มอกว่านั่นไม่ใช่ทางไปสู่สันติ
เช่นเดียวกับกลุ่มที่มั่นอกมั่นใจว่า มีมวลชนมากพอที่จะต่อรอง หรือหักเอาด้วยกำลัง หรือกดดันให้อีกฝ่ายยอมจำนน ทั้งที่รู้ดีว่า ในความเป็นจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่
เพราะถ้าหากรัฐบาลเป็นฝ่ายตั้งรับจริง ไม่สามารถต่อรองกับผู้ชุมนุมจริง ก็คงไม่อาจทนทานกับจำนวนผู้ชุมนุมที่มามากมาย และยืดเยื้อยาวนานร่วม 2 เดือนได้เป็นแน่
ข้อเสนอของสมศักดิ์ในครั้งนี้ จึงเป็นเป็นเรื่องที่น่านำไปถกเถียงถึงความเป็นไปได้ ภายใต้ความจริงที่ว่า ไม่มีใครได้ทุกสิ่งที่ต้องการ เพราะโลกของความเป็นจริง ไม่มีหรอกที่ผู้ชนะจะได้ไปทั้งหมดทุกอย่าง อย่าว่าแต่วันนี้ ที่ยังไม่มีใครชนะ
.......................................
(หมายเหตุ ผู้ชนะใช่ว่าจะได้ทั้งหมดทุกอย่าง : คอลัมน์ กระดานความคิด โดย... ศรายุทธ สายคำมี)



