
รัฐบาลเล่นบทเฉยซื้อเวลารอวันเลือกตั้ง
รัฐบาลเล่นบทเฉย ซื้อเวลารอวันเลือกตั้ง : ขยายปมร้อน ศรุติ ศรุตา
แม้ว่าท่าทีล่าสุดของแกนนำม็อบ กปปส.จะบอกว่า ถึงแม้จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ก็ไม่ใช่ประเด็นที่ กปปส.จะยอมรับ เพราะสิ่งที่ กปปส.ต้องการก็คือ การปฏิรูปประเทศแล้วค่อยจัดให้มีการเลือกตั้ง นั่นคือที่มาของการจัดชุมนุมใหญ่ "ชัตดาวน์กรุงเทพฯ" วันที่ 13 มกราคม
สิ่งที่ได้จากฝ่ายรัฐบาลจากการปิดเมืองหลวงคือ ความเฉยเมยจากผู้นำรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
โดยมีทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยออกมาย้ำว่า ไม่มีกฎหมายข้อใดให้รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไป หลังจากที่ระบุว่า ไม่มีกฎหมายข้อใดเช่นกันที่จะให้มีการลาออกจากการรักษาการนายกรัฐมนตรี
ซึ่งท่าทีเหล่านี้ จะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องใหม่นัก เพราะแผนของ "นายใหญ่" นั้นต้องการให้ทุกอย่างเดินหน้าไปถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เพื่อหย่อนบัตรเลือกตั้งให้ได้ ซึ่งก็เหลืออีกไม่นานนัก
ขณะเดียวกัน ก็ให้อิสระแก่ กปปส. แทบจะเต็มที่ในการเคลื่อนไหวไปยังสถานที่ต่างๆ
อยากปิดนั่นปิดนี่ ยึดที่นั่นที่นี่ ทำได้เต็มที่ เพราะประเมินจาก "เสื้อขาว" ที่ออกมาจุดเทียนเปิดกรุงเทพฯ แล้ว เชื่อว่ากระแสความไม่พอใจที่ กปปส.ทำตามอำเภอใจจะแรงมากขึ้น ถึงแม้จะถูกค่อนขอดว่า "แดงถอดเสื้อ เปลี่ยนเป็นสีขาว" ก็ตามที เพราะยังมีบรรดานักวิชาการที่เรียกกลุ่มตนเองว่า "2 เอา 2 ไม่เอา" ที่ประกาศชัดว่า เอาเลือกตั้งอยู่ด้วย
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น จะทำให้คนกรุงเริ่มเบื่อหน่าย และเมื่อนำมาปรับใช้กับสถานการณ์ที่อาศัยการเดินหมาก โยนประเด็นให้สังคมถกเถียงกันแบบรายวันอีกสักเล็กน้อย ระยะเวลาอีกไม่ถึง 20 วันนับจากนี้ก็แค่กะพริบตาไม่กี่ครั้ง
ประกอบกับแผน "โลกล้อมประเทศไทย" ที่แม้ว่าจะไม่ได้ผลมากนักในแง่ของการ "กระแทก" ความรู้สึกของผู้คนในสังคม ในกรณีที่ บัน คี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ออกโรงไกล่เกลี่ย แต่ในแง่ของนานาชาติแล้ว นี่คือสังคมอารยะ นี่คือสิ่งที่นานาชาติให้การยอมรับ
ใครไม่รับรู้ก็แล้วแต่ เพราะส่วนที่ต้องการให้รับรู้ และเข้าใจอย่างลึกซึ้งก็คือ "กองทัพ"
เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หรือเรื่องที่พูดกันเล่นๆ ที่ขนาดเลขาธิการองค์การสหประชาชาติจะออกมาเล่นบทบาทไกล่เกลี่ยปัญหาภายในประเทศใดประเทศหนึ่ง ทั้งที่ความขัดแย้งนั้นยังเดินไปไม่ถึงการใช้ความรุนแรงระหว่างกัน หากไม่มีพี่เบิ้มสะกิด
แม้ว่าบทบาทของ บัน คี มูน จะปรากฏภายหลังกระแสข่าวว่า ไทยจ้างล็อบบี้ยิสต์สหรัฐเพื่อให้ไปล็อบบี้มะกันให้ทำอะไรให้บางอย่าง แต่นั่นก็ยังเป็นภาพที่พร่ามัวเกินไปที่จะมาฟันธงในวันนี้ว่า ทั้งสองเรื่องเกี่ยวเนื่องกัน !
แต่ภาพทั้งหมดที่ออกมามันแสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่แค่ประเทศนั้นประเทศนี้ที่สนับสนุนให้ไทยมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ตามที่ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ แถลงแทบจะรายวันในก่อนหน้านี้ แต่มันหมายความว่า มีองค์การสหประชาชาติเดินเรื่องด้วยตนเองจริงๆ
แต่ถ้าเรื่องนี้กองทัพยังไม่เข้าใจ และอาจทำการยึดอำนาจเมื่อเข้าเงื่อนไขที่ต้องทำอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เคยลั่นวาจาเอาไว้ ก็ยังมี "หมากภายในประเทศ" ไว้ให้เล่นล้อมกรอบเมืองหลวงด้วยอีกส่วนหนึ่ง
นั่นก็คือมวลชนที่ถูกปลุกเร้าให้ต่อต้านการทำรัฐประหารตามหน้าศาลากลางจังหวัด ที่หากเมื่อใดเกิดรัฐประหารขึ้น เมื่อนั้นกองทัพประชาชนจะฮือเข้าต่อต้าน...เพราะอ่านกันขาดแล้วว่า ทหารคงไม่กล้ายิงประชาชนแน่ๆ
ประเด็นหลังแม้จะยังไม่เกิดขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่า ส่งผลกระทบด้านจิตวิทยา !
ถ้ากองทัพจะยึดอำนาจกันจริงๆ ก็ไม่อาจมองข้ามปัจจัยพิเศษตัวนี้
เมื่อปัจจัยภายนอกและภายในถูกวางเอาไว้เช่นนั้นแล้ว ในส่วนของการชุมนุมในเมืองหลวงของกลุ่ม กปปส. ก็จึงเป็นการชุมนุมที่คนเสื้อแดง จะไม่เข้าไปข้องแวะเพื่อให้เกิดเรื่องเกิดราวจนเสียการใหญ่
ส่วนการชุมนุมของ กปปส.เอง "วอร์รูม" ก็ประเมินแล้วว่า การกระจายกำลังออกไป 7-8 จุดไม่เป็นผลดีนัก เพราะต้องกระจาย "ดาวเด่น" ไปในแต่ละเวทีด้วย ปัญหาที่จะตามมาก็คือจะตรึงผู้ชุมนุมได้อย่างไร
ในขณะที่ความชอบธรรมภายหลังการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นทันที (ไม่ว่าจะประกาศรับรองผลได้หรือไม่) ทั้งภายในประเทศหรือนานาชาติก็จะต้องให้การยอมรับ เพราะมันคือกระบวนการที่นำไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย นั่นก็ยิ่งทำให้บทบาทของกองทัพซึ่งเป็นปัจจัยเดียวที่เป็นภัยคุกคามรัฐบาลอย่างร้ายแรงลดความร้อนแรงลง
แต่ถ้าหากเกิดพลิกผัน มีการทำนอกแผน จนเข้าเงื่อนไขของกองทัพ ก็เท่ากับว่าฝันที่วาดมาทั้งหมดจบเห่ ต้องไปนับหนึ่งใหม่
ถ้าไปถึงจุดนั้น ปัญหาก็คือ วันนับหนึ่งจะเริ่มเมื่อไหร่ ยังไม่มีใครรู้เลย !
ก็ต้องไปลุ้นกันว่า "คนคำนวณจะสู้ฟ้าลิขิต" ได้หรือไม่ ?
........................
(หมายเหตุ : รัฐบาลเล่นบทเฉย ซื้อเวลารอวันเลือกตั้ง : ขยายปมร้อน ศรุติ ศรุตา)



