
สพฉ.-บรรเทาสาธารณภัยรับมือ'ชัตดาวน์กรุงเทพฯ'
สพฉ.-บรรเทาสาธารณภัยรับมือ'ชัตดาวน์กรุงเทพฯ' : สายตรวจระวังภัย ทีมข่าวอาชญากรรม
ปฏิบัติการ "ชัตดาวน์กรุงเทพฯ" หรือ ปิดกรุงเทพฯ ของกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ 13 มกราคมนี้ คงไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ว่า จะเกิดความรุนแรงหรือไม่ ดังนั้น สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) และสภากาชาดไทย จึงจัดทีมสื่อสารเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมประสานการช่วยเหลือกับกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) และกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งเตรียมแผนเอราวัณไว้รองรับ กรณีมีผู้บาดเจ็บจากเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้น
ศูนย์รับแจ้งเหตุ และสั่งการ 1669 เป็นระบบรองรับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
หากเกิดเหตุขัดข้องไม่สามารถติดต่อสื่อสารส่งข้อมูลได้ จะมีรถศูนย์สั่งการเคลื่อนที่ หรือรถสื่อสารเฉพาะกิจที่สามารถเข้าสู่พื้นที่ ปฏิบัติภารกิจได้ทันทีภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง ที่มีคำสั่งให้ออกปฏิบัติการ และภายใน 30 นาที หากรถจอดในพื้นที่แล้ว สามารถดำเนินการปฏิบัติภารกิจได้อย่างสมบูรณ์ เสมือนยกสำนักงานมาไว้เลย ถือเป็นการย่อส่วนของศูนย์สั่งการให้ความช่วยเหลือ 1669 ในภาวะที่ศูนย์สื่อสารสั่งการเกิดระบบการสื่อสารล่มหรือไม่สามารถที่จะดำเนินข่ายสื่อสารได้
ภายในรถสื่อสารเฉพาะกิจ มีอุปกรณ์ ระบบวิทยุสื่อสาร การเชื่อมต่อระบบสื่อสารต่างๆ ให้สามารถติดต่อสื่อสารกับวิทยุทั่วประเทศได้ มีระบบอินเทอร์เน็ต ระบบปล่อยสัญญาณไวไฟ ระบบแฟกซ์ ระบบสแกนเนอร์ ในสภาวะฉุกเฉินให้สามารถดำรงข่ายสื่อสารต่อไปได้ ทั้งในและนอกตัวรถติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหว และเฝ้าระวังสถานการณ์
การปิดเส้นทางจราจร 20 สาย และตั้งเวที 7 เวที คือหน้าศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ, ห้าแยกลาดพร้าว, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, แยกปทุมวัน, สวนลุมพินี, แยกอโศกมนตรี และแยกราชประสงค์ ตามที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ประกาศไว้ ส่งผลต่อปัญหาจราจร หากเกิดอุบัติเหตุ หรืออัคคีภัย อาจทำให้เข้าถึงที่เกิดเหตุล่าช้า
ดังนั้น สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) ต้องเตรียมพร้อมประจำการรับมือไฟไหม้ ตามชุมชนจุดเสี่ยง โดยเตรียมรถดับเพลิงขนาดใหญ่ประจำทุกสถานีดับเพลิง เช็กความพร้อมของรถและบุคลากรเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน จัดทีมเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ประสานอาสาสมัครไว้เสริมทัพป้องกันเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดรถดับเพลิงขนาดใหญ่ไว้ประจำทุกสถานีดับเพลิง 35 สถานีใหญ่ 15 สถานีเล็กทั่วกรุงเทพฯ ดูแลการชุมนุมกรณีเกิดเหตุไฟไหม้
พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการ สปภ. ระบุว่า ในการเฝ้าระวังป้องกันเหตุอัคคีภัยและการก่อการจลาจล ได้สั่งการให้เตรียมพร้อม 100% ด้วยกำลังคนประมาณ 1,800 คน ทำให้เรามีความพร้อมตลอดเวลา ขณะเดียวกันการสั่งเตรียมความพร้อมของเครื่องมือเครื่องใช้ นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ทุกสถานีดับเพลิง ไปสำรวจเส้นทางลัด เพื่อให้เข้าถึงที่เกิดเหตุอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่มีคนหนาแน่น จัดเรือไว้ให้สำหรับประชาชนในการเดินทางและจัดรถไปยังจุดสำคัญ ตามสถานที่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติร้องขอ
ขณะนี้ทั้งสพฉ. และสปภ. มีความพร้อมรองรับสถานการณ์ 100% เมื่อพบเห็นเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถโทรสายด่วน 1669 หากประชาชนต้องการแจ้งเหตุเพลิงไหม้ สามารถโทรสายด่วน 199 (30 คู่สาย) ตลอด 24 ชั่วโมง
.........................
(หมายเหตุ : สพฉ.-บรรเทาสาธารณภัยรับมือ'ชัตดาวน์กรุงเทพฯ' : สายตรวจระวังภัย ทีมข่าวอาชญากรรม)



