คอลัมนิสต์

'เหยื่ออธรรม'กับปฏิวัติมวลมหาประชาชน

'เหยื่ออธรรม'กับปฏิวัติมวลมหาประชาชน

09 ม.ค. 2557

'เหยื่ออธรรม'กับปฏิวัติมวลมหาประชาชน : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา

             ในที่สุด ยุทธการปิดกรุงเทพฯ ของลุงกำนัน ก็ถูกโยงไปหาวรรณกรรมชิ้นเอกของโลก "เหยื่ออธรรม" (Les Mis?rables) บทประพันธ์ของ วิคเตอร์ อูโก (Victor Hugo) ซึ่งมีการนำไปดัดแปลงทำเป็นละครเวทีไม่ทราบว่ากี่ครั้ง และเป็นหนังใหญ่ ที่เข้าฉายในเมืองไทยเมื่อไม่นานมานี้

             เรื่องวรรณกรรม Les Mis?rables มาเกี่ยวข้องกับลุงกำนัน เมื่อ กรณ์ จาติกวณิช ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Korn Chatikavanij โดยเปรียบการต่อสู้ของ กปปส. กับการลุกฮือขึ้นสู้ของ "กลุ่มนิยมสาธารณรัฐ" ที่ปรากฏในบทหนึ่งของเรื่อง Les Mis?rables

             "Barricade (ด่านกั้น) ในการกบฏในเมืองปารีสเมื่อปี ค.ศ.1832 ประชาชนชาวปารีสกลุ่มหนึ่งได้ลุกขึ้นมาปิดเมืองด้วยการก่อ 'barricade' หรือ 'ด่านกั้น' ตามแยกถนนทั่วเมือง สุดท้ายก็พ่ายแพ้กำลังอาวุธของฝ่ายเจ้าหน้าที่ เพราะไม่สามารถปลุกมวลชนชาวปารีสให้ลุกขึ้นมาได้ในจำนวนที่เพียงพอ จากความพ่ายแพ้นี้ จึงทำให้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปอีกเป็นสิบปี"

             "การกบฏครั้งนี้เป็นที่มาของหนังสือเรื่อง Les Mis?rables โดย Victor Hugo ซึ่งเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ และได้มีการดัดแปลงหนังสือเป็นละครและหนังภาพยนตร์

             "สำหรับผู้ที่กลัวว่าฝรั่งจะไม่เข้าใจแนวการต่อสู้ของ กปปส.กรณี 'shutdown bangkok' ก็ให้เขาไปดูหนังยอดฮิตเรื่องที่ว่าแล้วกันครับ เขาเองต่อสู้กันมาอย่างนี้ กว่าจะได้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง"

             อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อ้างอิงถึง "เหยื่ออธรรม" ในภาคที่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ ต้องขอบอกว่า เป็นเพียงไม่กี่หน้าของวรรณกรรมอมตะ และเป็น "กระพี้" ไม่ใช่แก่นของนิยายเหยื่ออธรรม

             ในข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์การปฏิวัติฝรั่งเศส ตามที่ Victor Hugo นำเหตุการณ์มาเป็นฉากหนึ่งของเหยื่ออธรรมภาคที่ 4 คือ 5-6 มิถุนายน ค.ศ.1832 ฝ่ายต้องการสาธารณรัฐ ได้ใช้โอกาสที่ประชาชนไปชุมนุมกันในพิธีฝังศพของนายพลทหารฝ่ายประชาชน ปลุกระดมให้คนต่อต้านรัฐบาลของฝ่ายนิยมกษัตริย์ แต่ถูกปราบปรามลง

             การลุกฮือขึ้นสู้ของประชาชน หรือการก่อกบฏในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส ดำเนินการต่อเนื่องหลายครั้ง นับแต่การปฏิวัติของมวลมหาประชาชน ค.ศ.1789 อันถือเป็น "ขนบปฏิวัติฝรั่งเศส"

             แต่หลังการปฏิวัติ ค.ศ.1830 ศูนย์อำนาจในสังคมฝรั่งเศส เปลี่ยนจาก "ขุนนางศักดินา" ไปเป็น "ชนชั้นกลางที่มั่งคั่ง" และเปลี่ยนจาก "เทวสิทธิ์ของกษัตริย์" เป็น "อธิปไตยของปวงชน" อันหมายถึงกษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ และกษัตริย์มีแนวคิดเสรีนิยม ที่สอดคล้องกับกระฎุมพีระดับบน

             วรรณกรรม Les Mis?rables (ออกเสียงว่า เลส์ มี-เซ-ราบลส์) ตีพิมพ์เป็นครั้งแรก และวางจำหน่ายพร้อมกันในฝรั่งเศสและเบลเยียมเมื่อปี ค.ศ.1862

             ผู้เขียนเหยื่ออธรรม Victor Hugo ได้สะท้อนภาพสังคมฝรั่งเศสว่า "การปฏิวัติฝรั่งเศส" และ "สาธารณรัฐ" ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพเลวร้ายต่างๆ ที่ทรมานชาวฝรั่งเศสจำนวนมากให้ต้องทนทุกข์อยู่ในความมืดมนยากแค้น

             ชื่อหนังสือ Les Mis?rables เป็นคำที่หมายรวมคนทั้งหมดที่สังคมไม่ยอมรับ ตั้งแต่ยาจก คนจน คนร้าย โจร ขโมย โสเภณี เด็กถูกทอดทิ้ง ไปจนถึงคนที่ประท้วงสังคม ต่อต้านรัฐบาล และนักปฏิวัติ

             ฝรั่งเศสยุคหลังการปฏิวัติมวลมหาประชาชน ค.ศ.1789 ช่องว่างระหว่าง "คนมี" กับ "คนยากไร้" นั้น ถ่างกว้างมาก มีปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้คนชั้นกลางยากจนลงจนกระทั่งสิ้นไร้ไม้ตอก

             ในยุคที่ฝรั่งเศสยังไม่มีระบบสวัสดิการทางสังคม ไม่มีการประกันการว่างงาน สถานที่ที่อยู่ใกล้ถนนสำหรับคนไร้บ้านที่สุดก็คือ "คุก"

             วรรณกรรมเรื่องเหยื่ออธรรม มีด้วยกัน 5 ภาค แต่เนื้อหาโดยย่อคือ ฌอง วัลฌอง ตัวละครเอกของเรื่องเป็นชาวนายากจน ต้องเลี้ยงดูหลานซึ่งเป็นลูกของพี่สาวเจ็ดคน ในปีที่อากาศหนาวจัด ฌอง วัลฌอง ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินซื้ออาหาร เขาทุบกระจกร้านขนมปังและหยิบขนมปังไปหนึ่งก้อน จึงถูกจับ และติดคุกสำหรับนักโทษอุกฉกรรจ์ถึง 19 ปี ฌอง วัลฌอง พยายามแหกคุกหลายครั้ง เพราะไม่ยอมรับโทษทัณฑ์ ซึ่งเขารู้สึกว่า ไม่ให้ความเป็นธรรมแก่เขา

             พูดง่ายๆ ไม่ว่าการปฏิวัติ ณ ที่แห่งใดในโลกนี้ ก็เป็นเพียงการเปลี่ยนถ่าย "อำนาจ" จากกลุ่มชนชั้นนำฝ่ายหนึ่งไปอยู่ในมืออีกฝ่ายหนึ่ง

             มวลมหาประชาชนผู้ยากไร้ ก็คือเหยื่ออธรรม ไม่มีวันที่สิ้นสุด!