คอลัมนิสต์

เมื่อ'สมช.'ยอมรับความจริง!

เมื่อ'สมช.'ยอมรับความจริง!

08 ม.ค. 2557

เมื่อ'สมช.'ยอมรับความจริง! : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl

              "การประเมินของฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าการชุมนุมในวันที่ 13 มกราคม จะมีคนออกมาร่วมชุมนุมจำนวนมาก โดยมวลชนจะมาจากสองส่วนสำคัญ คือ 1.กทม.และปริมณฑล ซึ่งกปปส.มีการเดินเชิญชวนมวลชนให้มาร่วมชุมนุมในวันที่ 5 , 7 และ 9 มกราคม ขณะที่อีกส่วนจะเป็นมวลชนจากในพื้นที่ภาคใต้ โดยจะทยอยเดินทางมาตั้งแต่วันที่ 9 , 10 , 11 และ 12 มกราคม เพื่อร่วมชุมนุมในวันที่ 13 มกราคม ตามสถานที่สำคัญต่างๆ ที่ กปปส.มีการนัดหมายเอาไว้" ถือเป็นคำพูดยอมรับอย่างเต็มปากเต็มคำถึงจำนวนผู้ชุมนุมจะมีจำนวนมากเป็นครั้งแรกของ "พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร" เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

              นั่นคงเป็นเพราะว่า หลังปีใหม่มาแล้วหลายคนเชื่อว่าจำนวนผู้ชุมนุมที่จะมาร่วมกับ "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" (กปปส.) น่าจะมีจำนวนลดลง

              แต่ปรากฏว่า การเดินเชิญแขกของ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการ กปปส.เพื่อเชิญชวนประชาชนชาวกรุงเทพฯ มาร่วมแสดงพลัง "ปิดกรุงเทพฯ" ในวันที่ 13 มกราคม 2557 เมื่อวันที่ 5 และ 7 มกราคม ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนในกรุงเทพฯ ดีมาก ตลอดเส้นทางที่ "สุเทพ" เดินผ่านมีประชาชนสองข้างทางนำเงินมาร่วมบริจาคสนับสนุนการชุมนุมจำนวนมาก

              หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า ระยะหลังการชุมนุมที่นำโดย "กปปส." จะมีสื่อต่างประเทศ ย่านเอเชีย เช่น จีน, ญี่ปุ่น เริ่มเข้ามาทำข่าวมากขึ้น เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนที่มีเฉพาะสื่อตะวันตก และการนำเสนอข่าวของสื่อต่างประเทศเริ่มมีมุมมองต่อการชุมนุมทางการเมืองของประเทศไทยในครั้งนี้เปลี่ยนไป

              นั่นเพราะการบริหารบนเวทีและการแถลงข่าวของ "กปปส." ที่มีโฆษกอย่าง "เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" ที่ตอบคำถามได้ทั้งภาษาไทยและต่างประเทศทำให้ได้เปรียบเรื่องการสื่อสารกับสื่อต่างประเทศ ขณะที่บนเวทีปราศรัยก็มี "ตั๊น" จิตภัสร์ กฤดากร ทำหน้าที่สรุปการชุมนุมบนเวทีให้สื่อและชาวต่างชาติที่มาร่วมฟังการชุมนุม รวมทั้ง "ดร.เสรี วงษ์มณฑา" ก็มีการปราศรัยเป็นภาษาอังกฤษบนเวที ทำให้มุมมองชาวต่างชาติที่มีต่อการชุมนุมครั้งนี้เปลี่ยนไป

              โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบการชุมนุมของ "สุเทพ" เป็นแกนนำ กับการชุมนุมของ "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) บรรยากาศการชุมนุมมีความแตกต่างกัน

              เชื่อว่าสื่อต่างประเทศจะเห็นความแตกต่างของการชุมนุมทางการเมืองระหว่างผู้ชุมนุม 2 กลุ่ม คือ "กลุ่มคนเสื้อแดง" ที่เคยชุมนุมเมื่อปี 2553 กับการชุมนุมที่นำโดย "สุเทพ" ในครั้งนี้ ได้อย่างชัดเจน

              และการที่ "สุเทพ" เตรียมนำคลิปการชุมนุมเหตุการณ์ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชายชุดดำที่แอบแฝงตัวอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุมจนทำให้มีประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก มาเปิดบนเวทีปราศรัยอีกครั้ง ถือเป็นการตอกย้ำความแตกต่างการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองกลุ่ม

              ที่สำคัญการชุมนุมครั้งนี้มีกลุ่มนักธุรกิจบางส่วนให้การสนับสนุน โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ของ "ประมนต์ สุธีวงศ์" ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) อดีตประธานกรรมการหอการค้าไทย ที่ระบุว่า "การยกระดับการชุมนุม ที่แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเรียกว่า การปิดกรุงเทพฯ จะส่งผลต่อภาคธุรกิจเพียงเล็กน้อย และภาคธุรกิจขานรับการยกระดับการชุมนุม เนื่องจากเป็นความเสียหายในระยะสั้น เพื่อนำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว" ถูกนำไปขยายความต่อในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง

              จุดนี้เองเชื่อว่าทำให้ "สมช." ประเมินว่าจะมีผู้ร่วมชุมนุมในวันที่ 13 มกราคมนี้ จำนวนมาก

              การที่ "กองทัพ" ไม่เห็นด้วยกับการออกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) เพื่อรับมือกับการ "ปิดกรุงเทพฯ" โดยฝ่ายทหารไม่เห็นความจำเป็น ที่สำคัญไม่อยากให้เกิดภาพทหารเผชิญหน้ากับประชาชน เหมือนการชุมนุมเมื่อปี 2553 แม้ว่า "เลขาธิการ สมช." พยายามอธิบายถึงความจำเป็น แต่ "กองทัพ" ก็ไม่เอาด้วย

              ถือว่างานนี้ "สมช." เสียหน้าพอสมควร และยิ่ง "สุเทพ" ปราศรัยไม่เคยให้เครดิต "เลขาธิการ สมช." คนปัจจุบัน ยิ่งทำให้ "สมช." และ ศอ.รส." (ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย) ไม่ได้รับการเชื่อถือ เพราะไม่ว่าจะประกาศอะไร อย่างไร หรือแม้กระทั่งการประกาศโทษผู้เข้าร่วมชุมนุมกับ กปปส.ในวันที่ 13 มกราคมนี้ จะมีความผิดทางกฎหมายหลายฉบับ แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อยอดผู้ที่ตั้งใจจะมาร่วมชุมนุมในวันดังกล่าวอย่างแน่นอน!


..............................

(หมายเหตุ : เมื่อ'สมช.'ยอมรับความจริง! : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl)